เมื่อลวี่หยางก้าวออกจากหอเชิญรับ สิ่งที่เผชิญกลับเป็นแววตาอับจนปัญญาของเจินเหรินปราบมาร “คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะสามารถถวายธูปแด่บรรพบุรุษได้จริงๆ…”
“ตามข้ามาเถิด”
เจินเหรินปราบมารถอนหายใจยาว มิได้เอ่ยถ้อยคำอื่นใดอีก แต่พาลวี่หยางเหินขึ้นไปด้วยแสงเร้นลับ ไม่นานก็พามาถึงจุดสูงสุดเหนือประตูเขานิกายกระบี่
ที่นี่คือยอดเขาสูงเสียดฟ้า หากมองออกไปทั่วก็แลเห็นขุนเขาทั้งหลายต่ำต้อยดุจเนินดิน พลันปรากฏตำหนักหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ณ ยอดนั้น บัดนี้พลันมีแสงเงาปรากฏเรียงราย เหลียวมองเพียงครู่ก็เห็นล้วนเป็นผู้บรรลุวางรากฐานทั้งสิ้น เจินเหรินปราบมารนำลวี่หยางมาถึงที่แล้ว ก็มิได้รีรอ มือคว้ากวัดพลันหนึ่ง ดึงตำรามรรคเล่มหนาออกมาหนึ่งเล่ม
“วันนี้มีศิษย์นามเหยียนเซียว เข้าสู่หอเชิญรับ ถวายธูปแด่บรรพบุรุษ”
เจินเหรินปราบมารประคองตำรามรรคในมือ กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ตามบัญชาบรรพบุรุษ บันทึกไว้เป็นหนึ่งในผู้สืบเชื้อสายกระบี่แห่งนิกาย ใช้อายุขัยทั้งรูปกาย บำเพ็ญเพียรเคร่งครัด ประคองธรรมอันเที่ยงตรงไว้เป็นแนวแห่งใต้หล้า”
สิ้นวาจา ก็ลงมือบันทึกนามของลวี่หยางร่างแยกในชาตินี้ไว้ในตำรามรรคเล่มนั้น
“เจ้าคือศิษย์เอกใต้ข้า หากนับลำดับรุ่น ต้องอยู่ในสายชื่อ‘หมิง’วันนี้ข้าจักตั้งนามธรรมให้เจ้าว่า‘หมิงเหอ’หวังว่าเจ้าจักมุมานะ”
“ศิษย์คารวะอาจารย์”
ลวี่หยางก้มคารวะอย่างนอบน้อม รับป้ายไม้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งผู้สื