แน่นอน ไม่กลับ ไม่ใช่ไม่ได้กลับจริงๆ แต่สามารถกลับมาได้ปลอดภัยหรือเปล่า ยังต้องดูอีกที นี่ก็เป็นความสามารถส่วนบุคคล
“ผู้อารักขาของจวนตระกูลลลู่ หลังจากได้ทำการทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว ล้วนแต่ต้องถูกส่งไปยังหุบเขาปู้กุย ฝึกฝนตนในค่ายของตระกูลลู่ ผู้นำลู่จ้าน ก็เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของที่นั่น อีกทั้งยังเป็นคนสนิทของนายน้อย ตำแหน่งของเขา คนอื่นยากที่จะมาโค่น” หม่าหยวนจย่าแนะนำให้เจียงหลีได้รู้จักระหว่างทาง
เจียงหลีฟังอย่างละเอียด แอบคิดในใจ จักรพรรดิไม่อนุญาตให้ตระกูลลู่มีกองกำลังทหารของตัวเอง แต่กลับไม่ได้ห้ามปรามการมีผู้อารักขา จริงอยู่ ตระกูลที่ใหญ่เช่นนี้ ถ้าไม่สามารถมีทหารประจำเรือน เรื่องหน้าตาก็คงพูดอะไรต่อไม่ได้แล้ว แต่ว่า ถ้าตามนิสัยของลู่เจี้ยแล้ว เขาจะเป็นคนที่ว่านอนสอนง่าย ไม่มีทหารส่วนตัวจริงหรือ
ในช่วงที่ไม่ชัดเจนนัก เจียงหลีได้กลิ่นของดินปืนอ่อนๆ
ลู่เจี้ย ไม่ใช่คนที่จะมานั่งรอความตาย ตอนนี้ความอดทนของตระกูลลู่ เพียงแต่ฮ่องเต้ยังมิได้ยั่วยุพวกเขาถึงขีดสุด
“ค่ายของตระกูลลู่ คนนอกรู้หรือไม่ว่าอยู่ที่แห่งใด” เจียงหลีถามด้วยความประหลาดใจ
หม่าหยวนจย่าส่ายหน้า “ในหุบเขาที่ไม่มีวันหวนกลับเป็นที่ๆ จวนตระกูลจวิ้นมอบให้แก่ตระกูลลู่ มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ล้วนเป็นสถานที่ฝึกซ้อมของทหารตระกูลลู่ บุคคลอื่นไม่สามารถเข้ามาได้ มิเช่นนั้นจะถูกฆ่า”
เจียงหลีพยักหน้า ไม่ถามต่อ