ผู้อารักขาขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจ เจียงหลีบาดเจ็บถึงขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงยังอยากไปพบนายน้อย มิหนำซ้ำ นางยังกล้าเอ่ยนามของนายน้อยออกมาตรงๆ อีกด้วย แต่ทว่าด้วยสายตาอันแน่วแน่ของนาง ทำให้เขาไม่สามารถปฏิเสธได้
ด้วยเหตุนี้ เจียงหลีที่ฝืนอดทนต่อความเจ็บปวดของซี่โครงที่หักจึงถูกพามาหาลู่เจี้ย
ลู่เจี้ยมองไปที่สภาพของนางแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ “ไม่เจอกันเพียงครู่เดียว เจ้าทำให้ตัวเองมีสภาพสะบักสะบอมเยี่ยงนี้ได้ ดูท่าว่าเจ้าจะทำให้ชีวิตน้อยๆ นี้มีอันเป็นไปก่อนที่ข้าจะได้ใช้ประโยชน์เสียแล้ว”
เจียงหลีมองไปที่ลู่เจี้ย พลันคิดว่าชายคนนี้กำลังยิ้ม แต่นัยน์ตาดูล่องลอย ดูออกยากว่าแท้จริงแล้วกำลังคิดสิ่งใดอยู่
นางเข้าใจดีว่าเสียงข่มขู่สุดท้ายที่ดังขึ้นเมื่อครู่ต้องเป็นเจตนาของลู่เจี้ย ภายในจวนซ่อนยอดฝีมือไว้มากมายถึงได้กล้าพูดจาเช่นนั้น ฉะนั้น เขารับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนอกประตูใหญ่นั่นเป็นแน่แท้ แต่ตอนนี้กลับมาแกล้งถามทั้งๆ ที่รู้ทุกอย่างอยู่แล้ว
“ข้าต้องการให้ท่านช่วยข้าสักเรื่อง” เจียงหลีขอร้องอย่างตรงไปตรงมา
ความเจ็บปวดบนร่างกายนั้น รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นางไม่มีเวลาพูดจาเล่นลิ้นกับเขาแล้ว
ลู่เจี้ยขมวดคิ้ว ทำให้ใบหน้างดงามล่มเมืองของเขายิ่งดูงามจับจิตจับใจมากยิ่งขึ้น “ข้อเรียกร้องของเจ้าช่างมากมายเหลือเกิน เจ้าเคยได้ยินหรือไม่ว่าขอร้องหนึ่งครั้งสองครั้งได้ แต่จะขอเป็นครั้งที่สามนั้นไม่ได้”