แม้จะรู้ดีแก่ใจ แต่เหอซื่อก็ยังอดคิดอิจฉาในวาสนาของเจียงหลีไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าต่างก็เป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนางเหมือนกัน ขนาดชีวิตพลิกผันกลายไปเป็นทาสชั้นต่ำ คนในตระกูลลู่ยังชายตามองนาง ทั้งยังพาตัวนางกลับมาด้วย
นางเก็บซ่อนความอิจฉาริษยาไว้ในใจ จากนั้นเหอซื่อจึงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
“หยุดอยู่ตรงนั้น”
ทันใดนั้นก็มีเสียงทมึนตึงดังข้ามผ่านธรณีประตูที่ปิดสนิท เหอซื่อสะดุ้งตกใจหยุดอยู่กับที่ไม่กล้าแม้แต่จะขยับ
“เสียง…เสียงมาจากที่ใดกัน” นางเหอซื่อตกใจหน้าซีดเผือก สั่นเทิ้มไปทั่วทั้งกาย แววตาหวาดหวั่นมองไปทางลูกสาวและว่าที่ลูกเขย
เจียงอวี๋สีหน้าไม่สู้ดีเช่นกัน ถอยหลังไปอยู่ข้างๆ เย่ว์หนานซี นางหวาดผวาราวกับลูกนก
ขณะนี้เย่ว์หนานซีเองก็มิอาจต้านรับได้ เสียงที่เพิ่งได้ยินไปเมื่อสักครู่ รับรู้ได้ถึงแรงกดดันในน้ำเสียงทรงพลังของผู้มีศิลปะการต่อสู้ชั้นสูง สะเทือนขวัญเสียจนเนตรญาณของเขาเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด
คนผู้นี้เป็นจอมยุทธ์อย่างแน่นอน
ช่างแข็งแกร่งนัก!
เย่ว์หนานซีหรี่ตามองไปที่ประตูจวนตระกูลลู่ แววตาเจือเติมความแรงกล้าไปอีกหลายส่วน
เขายกแขนขึ้นเอาชายแขนเสื้อออกจากมือของเจียงอวี๋ ก่อนจะประสานมือคำนับด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความเคารพนับถือ “ข้าน้อยคือเย่ว์หนานซีจากตระกูลเย่ว์ มาเพื่อคารวะตระกูลลู่ ท่านผู้อาวุโสได้โปรดกรุณาข้าน้อยด้วยเถิด”
“มีธุระอันใด” เสียงนั้นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง