เจ้าเล่ห์นัก! ฉลาดอย่างกับปีศาจ! เจียงหลีสบถในใจ นางพอจะเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าทำไมไก่อ่อนอย่างลู่เจี้ยถึงสามารถเอาชนะใจผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของตัวเองได้ เขาอาจจะไม่เก่งในด้านบู๊ แต่ทว่าทั้งหน้าตาดีและสติปัญญาเป็นเลิศ! แน่นอนว่านางไม่ได้มองข้ามพลังบางอย่างที่ปะทุออกมาจากตัวของลู่เจี้ย ขณะเดียวกันนางก็นึกแค้นใจ ใครกันช่างลือไปได้ว่าลู่เจี้ยนอกจากหน้าตาดีก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีก ถอนหายใจเงียบๆ ยาวๆ หนึ่งครั้ง เจียงหลีคงต้องยอมรับชะตากรรมครั้งนี้เสียแล้ว
ช่างเถอะ ดีเสียอีกที่ไม่ต้องมอดม้วยไปเสียก่อน ให้ทุกอย่างมันค่อยเป็นค่อยไป ถึงแม้ตระกูลลู่ใกล้จะพังพินาศย่อยยับเต็มทีแล้ว แต่ในเมื่อก้าวเข้ามาที่นี่ตั้งแต่แรก การพึ่งพิงบารมีตระกูลลู่ก็นับว่าสามารถทำให้อยู่อย่างปลอดภัยชั่วคราวได้ ทั้งหมดทั้งมวลคงต้องรอจนกว่าข้าจะเข้าใจโลกแห่งนี้แล้วค่อยว่ากัน เจียงหลีนึกปลอบตัวเองในใจ
…
“เรียกคนเข้ามา”
เสียงของลู่เจี้ยทำให้เจียงหลีพลันตื่นจากภวังค์ ชายผู้นี้คิดจะเล่นอะไรอีก
ข้างหลังร่างนางมีเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามา
ไม่นานนักเจียงหลีก็ได้กลิ่นเครื่องประทินโฉมหอมจางๆ จากนั้นร่างของหญิงงามสองนางในชุดพลิ้วไสวปรากฏอยู่ในสายตาและยืนประกบซ้ายขวาของนาง
“นายน้อยเจ้าคะ”
“นายน้อยเจ้าคะ”
แม่นางทั้งสองย่อคำนับ
ลู่เจี้ยยกมือขึ้นชี้สั่งเบาๆ “พานางออกไปแล้วจัดการให้เรียบร้อย”
“เจ้าค่ะนายน้อย”