การดึงเขาลงน้ำนั่นเป็นเพียงการลองใจ แต่เมื่อชายผู้นี้อ่อนแอกว่าที่คิดไว้ นางจึงจะจับมาเป็นตัวประกันเพื่อหนีออกจากสถานที่แห่งนี้
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเรือจะพลิกคว่ำในรางน้ำเสียเอง เจียงหลีกลอกตาไปมาไม่ว่าจะแอบแค้นในมากแค่ไหน นางต้องหาวิธีแก้วิกฤตครั้งนี้ให้ได้ และด้วยเรือนร่างของนางตอนนี้ ไม่สามารถต่อสู้กับคนเหล่านี้ได้ อีกทั้งร่างกายนี้ยังได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีเมื่อครู่ ทำนางกระอักเลือด เห็นได้ชัดว่าออกแรงไม่กับนางไม่น้อย
เจียงหลีเปิดปากพูดขึ้นแล้ว แต่ลู่เจี้ยกลับเพิกเฉยไม่สนใจ
ชายผู้นี้!
เมื่อผิวหนังสัมผัสถึงดาบที่กำลังจะปาดคอ รีบเอ่ยขึ้นมาว่า “ผู้มีผลงานล้นฟ้าย่อมสั่นคลอนบัลลังก์ หรือเจ้าจะไม่อยากรู้ภัยที่อาจส่งผลต่อตระกูลลู่ได้”
“หยุดก่อน” ในที่สุดลู่เจี้ยก็ออกเสียง เขาหันกลับไปมองเจียงหลีอย่างเย็นชา
“นายน้อย นางเป็นเพียงแค่ทาสไร้ค่า แต่บังอาจทำร้ายท่าน ฆ่าทิ้งจะดีกว่า” ผู้อารักขาที่ถือดาบอยู่ที่เจียงหลีกล่าวขึ้นมา ผู้อารักขาที่ยืนอยู่ด้านหลังลู่เจี้ยเองก็แสดงสีหน้ากังวล “นายน้อย ท่านควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่เช่นนั้นจะป่วยได้นะขอรับ”