“เจียกเจี๊ยก...”
“วูวู้วู”
หยานเสวี่ยและคนอื่นๆนั้นทำได้เพียงแค่มองหน้ากัน เพราะพวกเขานั้นหาได้เข้าใจเกี่ยวกับการสนทนาระหวั่งสัตว์ทั้งสองไม่
ยกเว้นเพียงเฉินเฉียง
หากว่ากันตามตรง ต่อให้เมิ่งน้อยไม่ถามไถ่เรื่องราวจากหมาป่าสีเทา แต่เฉินเฉียงนั้นก็รับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ดี
นั่นก็เพราะพลังจิตของเขานั้นทรงพลัง และครอบคลุมไปนับพันกิโลเมตร
“เฉินเฉียง เมิ่งน้อยพูดอะไรออกมาเหรอ”
หยานเสวี่ยที่รู้ว่าเฉินเฉียงนั้นพูดคุยภาษาสัตว์รู้เรื่องจึงได้ถามออกมา
เฉินเฉียงเมื่อได้ยินก็อธิบายออกมาด้วยรอยยิ้ม “เมิ่งน้อยถามหมาป่าสีเทาว่าพวกมันวิ่งหนีอะไรมาถึงได้วิ่งฮ่อกันซะขนาดนี้ หมาป่าสีเทาก็เลยตอบมันไปว่ามีสัตว์วิญญาณตัวใหญ่ยักษ ษ์ไล่ฆ่าพวกมันไปอย่างนับไม่ถ้วน และระดับบ่มเพาะของสัตว์วิญญาณตัวนั้นอยู่ในระดับราชันย์สัตว์วิญญาณ”
เมื่อเฉินเฉียงได้พูดจบลง เมิ่งน้อยก็ไม่ได้คิดจะใช้เล็บข่มขู่หมาป่าสีเทาที่หลังหัวอีก มันได้กระเถิบตัวลงไปให้อยู่ตรงหลังของหมาป่าสีเทา แล้วชี้ออกไปด้วยเล็บน้อยๆของมัน ออกไป
เมื่อเห็นฉากนี้ หมาป่าสีเท่าก้มหัวคอหดลงมาในทันที ก่อนที่มันจะหยุดนิ่งอย่างไม่ไหวติง