“ทุกคนที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้อาวุโสของสำนักเต๋าสวรรค์ชั้นฟ้า หากมีเรื่องอันใด พวกเจ้าก็ควรจะแบ่งปันข้อมูล และพูดคุยเพื่อหาวิธีรับมือร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือสิ่งที่ ผู้บริหารสำนักควรกระทำในยามที่ข้าไม่อยู่”
“แต่ดูไอ้แก่เวรนั้นกระทำสิ มันตัดสินใจเองเออเองอยู่คนเดียวแทนข้า”
“หากเป็นเช่นนั้นแล้วข้าจะมีขยะอย่างพวกเจ้าเป็นผู้อาวุโสประจำแผนกทำไมกัน ห้ะ”
ยิ่งเฉินเฉียงพูดออกมา อารมณ์ที่เคยสงบก็ราวจะเดือดดาลขึ้นมาอีก นี่ทำให้ผู้อาวุโสเฟิงถึงกับนึกเสียใจในคำที่พูดออกมาก่อนหน้า
“นั่นคือเรื่องที่หนึ่ง”
“เรื่องที่สอง”
เฉินเฉียงได้พูดต่อ “วิหารศักดิ์สิทธิ์ต้องการให้สำนักของเรานั้นทำอะไรบางอย่าง แต่ในเมื่อข้าไม่อยู่ พวกเจ้าในฐานะที่ต้องรักษาการแทน ก็ต้องรับรู้เรื่องราวต่างๆ เพื่อพูดคุย กันหาวิธีการไว้ล่วงหน้า เรื่องนี้ข้าเองเข้าใจอยู่”
“แต่ที่ข้าไม่เข้าใจก็คือ ทำไมผู้อาวุโสทุกคนได้รับรู้หมด ยกเว้นเพียงผู้อาวุโสตงเพียงเท่านั้นกัน”
“ผู้อาวุโสเฟิง บอกข้ามา ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น”