็จงรีบยอมแพ้ซะ”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยอยู่นี้ นกยักษ์ตัวหนึ่งที่นำพากัวเหลียงและคนอื่นๆอีกร้ายกว่าชีวิตได้หยุดลอยตัวนิ่งอยู่ไม่ไกลระหว่างเจิ้งยี่และคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์มากนัก
เจิ้งยี่ได้เหลือบมองไปยังผู้คนที่อยู่บนหลังนกยักษ์นี้ก็ได้พบเห็นคนในกองกำลังเทียนเว่ยอยู่ ส่วนที่เหลือนั้นล้วนเป็นคนที่เขาไม่รู้จัก
เป็นตอนนี้ที่เขาได้ยินเสียงผ่านจิตวิญญาณของเฉินเฉียง
-เจิ้งยี่ ไม่ต้องกังวลไป คนที่มากกับกัวเหลียง หยานเสวี่ยและคนอื่นๆนั้นล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์ของสำนักเต๋าสวรรค์ชั้นฟ้า ส่วนไอ้คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์สองตัวนี่ เดี๋ยวข้าจะจั ดการเอง-
เมื่อได้ยินแบบนี้ เจิ้งยี่ก็เบาใจขึ้นมา
ต่อให้เขานั้นไม่อาจจะสู้คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่หากเขาจะหนีไปจากที่นี่ คนเหล่านี้ล้วนไม่อาจหยุดเขาได้
แต่ที่เขาประหลาดใจก็คือเขาไม่คิดว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์จะจับทางเขาได้เร็วขนาดนี้
ที่ด้านหลังนกยักษ์ เหล่าศิษย์แผนกวิชายุทธที่เห็นร่างกายของที่ที่ไม่คุ้นตา พวกเขาไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวแต่อย่างใด หากให้พูดกันล่ะก็ ทุกคนราวกับพร้อมที่จะสู้เรียบร้อย