เพียงแต่ว่าด้วยการที่สองคนตรงหน้าเขานั้นดันมีระดับการบ่มเพาะที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาแม้แต่น้อย เขาจึงคิดที่จะแสวงหาผลประโยชน์หากมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่ตกตายไปเพียงเท่านั้น ไม่ อย่างนั้นเขาคงไม่คิดมาให้เสียเวลาตนเองแต่อย่างใด
แต่การที่เขาจะได้จัดการสร้างกำแพงลานประลองแห่งนี้ เขาก็ถูกหยุดไว้โดยสุ้มเสียงหนึ่ง
“ไร้สาระ ไร้สาระยิ่งนัก”
เจ้าของเสียงได้ปรากฏตัวออกมาอย่างไม่รู้ที่มาที่ไป นั่นก็คือ ผอ.จ้ง เขาเหลือบมองไปที่เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผู้อาวุโสผู้คุมกฎสำนัก ผู้อาวุโสฉี ก่อนจะปิดท้ายที่ผู้อาวุ โสเฟิงและคำรามลั่นออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว “พวกเจ้าต่างก็เป็นผู้อาวุโสสูงแห่งสำนักเต๋าสวรรค์ชั้นฟ้า แล้วพวกเจ้ายังมีหน้ามาทำตัวกันเยี่ยงนี้…นี่ฟังแล้วยังไม่คิดเลิกรอกันอีก กรึไง ห้ะ รีบๆไสหัวกันไปได้แล้ว”
ผู้อาวุโสเฟิงที่ได้ยินก็ยกคิ้วขึ้นจนหน้าเกือบจะหงาย แล้วจรลีลี้หนีหายไปอย่างไม่ต้องพูดจาเพิ่มเติม
ผู้อาวุโสฉีที่ได้ยินก็สะกดข่มความโกรธเกรี้ยวในใจ ก่อนจะมอง ผอ.จ้งอย่างเคารพแล้วรีบอธิบายออกมา