านราวกับกำลังรับลมในฤดูใบไม้ผลิ
เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั้นยังไม่ได้มีท่าทีจะโจมตีเข้ามา เฉินเฉียงจึงได้พูดยั่วยุออกไป “ท่านผู้อาวุโส ท่านคงไม่ได้เกรงกลัวการโจมตีทางจิตวิญญาณของข้าอยู่หรอกนะ”
“กลัวเจ้ารึ เหอะ ข้ารู้ว่าเจ้านั้นมีพลังจิตที่สูงล้ำจากการประลองก่อนหน้านี้ หากไม่ใช่เพราะเจ้ามีพลังจิตถึงขั้นนั้นแล้วมีรึที่เจ้าจะเอาชนะมาได้อย่างง่ายๆน่ะ”
“ผู้อาวุโสผู้นี้ก็อยากจะรู้นักว่าไอ้พลังจิตของเจ้านั้นจะสูงล้ำได้ถึงขนาดไหนกัน”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้ เฉินเฉียงก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาในชั่วขณะ
นั่นก็เพราะหากตาแก่ผอมแห้งผู้นี้ลงมือในทันทีอย่างเต็มกำลัง เขาเองก็คงไม่แคล้วที่จะต้องแสดงพลังที่แท้จริงของตนออกมา
หากเป็นอย่างนั้นจริง ต่อให้เขานั้นฆ่าคนผู้นี้ได้ เขาเองก็คงจะไม่อาจอยู่ในสำนักเต๋าสวรรค์ชั้นฟ้าแห่งนี้ได้อีกต่อไป
ดีไม่ดีเขาเองก็อาจจะต้องเปิดฉากการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่กับเหล่าผู้บริหารของสำนักที่มารวมตัวกันที่นี่ก็ได้
กับความคิดของตาแก่ผู้นี้ถือได้ว่าดีต่อเขามากจริงๆ
เมื่อคิดได้ดังนี้ เฉินเฉียงก็ค่อยๆปล่อยพลังจิตของตนให้ครอบคลุมไปทั่วทั้งสนามประลอง จนไปสุดอยู่ที่กำแพงลานประลอง ก่อนจะพูดกับผู้อา