นี้ยังผ่อนคลายประหนึ่งดั่งการยืนรับลมริมทะเล พลางส่งกระแสจิตไปดูสองสาวที่อยู่ซ้ายและขวาอย่างไม่ห่างไกล
ต้องมีความแข็งแกร่งของพลังจิตมากมายขนาดไหนกันถึงจะสามารถทำแบบนี้ได้
นี่จึงทำให้ผอ.ฉีและหลิวฉิงหยุนแลกเปลี่ยนรอยยิ้มกันในทันที
“ผอ. ดูเหมือนว่าในปีนี้ การสอบเข้าศิษย์ภายในของสำนักเรานั้นจะมีแต่เรื่องให้ตกตะลึงซ้ำๆเลยนะเนี่ย”
“เฉินเฉียงผู้นี้มีความสามารถที่เลิศล้ำ แต่กลับเป็นเพียงผู้ติดตามของหยานเสวี่ย ข้าว่ามีความเป็นไปได้อยู่สองอย่าง”
“หนึ่งคือเขานั้นต้องตาต้องใจหยานเสวี่ยจะยินดีที่จะติดตามเธอ”
“อีกหนึ่งคือตระกูลของทั้งสองนั้นมีอำนาจล้นฟ้าและทรงพลังอย่างที่สุด ไม่อย่างนั้นพลังจิตของทั้งสองคงไม่เหนือล้ำกว่าคนทั่วไปแบบนี้”
“แต่ก็นะ ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นมายังไงก็ตาม แต่สำหรับสำนักเต๋าของเราแล้วมันเป็นเรื่องที่น่ายินดีนัก”
ผอ.ฉีพูดพร่ำไม่หยุดราวกับหมางเมินสายตาเชือดเฉือนของผู้ที่หมายมั่นปั้นมือเฉินเฉียงเอาไว้ที่อยู่ข้างๆ
“ผอ. นี่หมายความว่ายังไงกัน”
“เรานั้นพูดคุยกันว่าเฉินเฉียงนั้นเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้แล้วให้เขาเข้าร่วมกับแผนกวิชายุทธของข้า”
“แต่ในตอนนี้…ท่านจะบอกว่าให้เขาเข้าแผนกปรุงยาง