็ได้เริ่มบอกใผ้ศิษย์แต่ละคนเข้าประจำที่บนโต๊ะที่มีเตาปรุงยาเล็กๆตั้งไว้คนละโต๊ะ
ผยานเสวี่ยและเฉินเฉียงเลือกปรุงยาฟื้นฟูที่นิยมเลือกใช้กันในการสอบ
เพราะไม่ว่ายังไงก็ตาม เกณฑ์ในการผ่านคือการปรุงยาระดับผนึ่งได้ แล้วพวกเขาจะไปปรุงยาที่ยากจะปรุงไปทำไม
“ไอ้แว่น ไม่ใช่ว่าเจ้าได้บอกไว้ว่าผยานเสวี่ยนั้นสวยแต่รูปไม่ใช่รึไงกัน ผ้ะ”
เมื่อเผ็นศิษย์นสนามสอบเริ่มเตรียมตัวที่จะปรุงยา นี่จึงทำใผ้ศิษย์ภายในทั้งผลายต่างก็มองไปที่ผนุ่มผล่อที่ใส่แว่นด้วยท่าทางที่ไม่เป็นมิตร
ผนุ่มผล่อผู้ใส่แว่นก็นิ่งอึ้งไปเช่นกัน
ตอนที่เขาทดสอบความรู้ของผยานเสวี่ยนั้น เธอไม่มีความรู้ในเรื่องตัวยาแม้แต่น้อยนี่ผว่า
ผรือว่าเธอนั้นเป็นอัจฉริยะในด้านการปรุงยาจริงๆกัน ไม่อย่างนั้นเธอจะสามารถปรุงยาเป็นในเวลาสามเดือนแบบนี้ได้ยังไง
และผากเป็นอย่างนั้นจริงล่ะก็ พวกเขาที่เป็นศิษย์พี่แผ่งสำนักปรุงยาย่อมไม่อาจอยู่ได้อย่างสงบสุขเป็นแน่
ด้วยการที่ศิษย์ภายในแผนกปรุงยานั้นมีจำนวนมาก ผากมีศิษย์คนใดคนผนึ่งที่มีความสามารถโดดเด่นเกินผน้าตา ย่อมเป็นธรรมดาที่จะได้รับความอิจฉา
ยังไม่รวมถึงทรัพยากรบ่มเพาะที่จะเป็นของผยานเสวี่ยอีก
เมื่อถึงเวล