นตอนนี้กลับมีใครบางคนที่เพียงแค่ทำได้ตามความต้องการขั้นต่ำก็สามารถเข้าได้เลย จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะมาดูหน้าค่าตา
“เฮ้เฮ้ เจ้าเห็นแม่นางคนที่พึ่งจะเข้ามาในสนามสอบรึเปล่า”
ท่ามกลางผู้คน ชายหนุ่มหล่อลากดินคนหนึ่งชี้ไปที่หยานเสวี่ยด้วยท่าทางตื่นเต้นตื่นตูมแล้วพูดกับคนที่อยู่ข้างๆ “ข้าได้ยินมาว่าแม่นางคนนั้นได้รับการเชื้อเชิญเป็นพิเศษเลยนา รู้สึกว่านางจะชื่อหยานเสวี่ย”
“โอ้ นั่นรึหยานเสวี่ยไอ้แว่น เจ้าแน่ใจรึ นางก็ดูน่ารักดีอยู่หรอก แต่ข้าเห็นก็เท่านั้นนี่นา”
“โอ้ใช่ เจ้าแว่น เจ้าไปนั่งคัดเลือกศิษย์ภายนอกในแผนกปรุงยามาไม่ใช่เหรอ เจ้าคงไม่ใช่จะเลือกนางให้เข้าร่วมกับเราเพราะความสวยหรอกนา”
“ไร้สาระเว้ย” ชายใส่แว่นได้ดันแว่นตาของตนโดยใช้นิ้วดันเหล็กครอบจมูกขึ้นแล้วพูดออกมา “เจ้าไม่รู้อะไรแล้วยังทำมาเป็นพูด ตอนที่ข้าทดสอบนางนั้น ค่าพลังจิตของนางอยู่ในระดับม่วงเลยนะเว้ย”
“ข้าขอถามพี่ท่านทั้งหลายหน่อยเถอะว่าหากพวกเจ้าลองวัดค่าพลังจิตในตอนนี้นั้น ค่าพลังจิตของพวกเจ้าจะอยู่ในระดับใดกัน”