โสหลิว นี่มันเรื่องอะไรกันท่านถึงได้มาหาเรื่องกับศิษย์ภายนอกของข้าแบบนี้น่ะ”
ผอ.ฉีได้จ้องเขม็งไปที่หลิวฉิงหยุนให้หยุดการกระทำ
นับจากหลิวฉิงหยุนถูกโจมตีโดยวิหารศักดิ์สิทธิ์ นี่ทำให้หลิวฉิงหยุนต้องทนกับความเสียนิสัยของผู้อาวุโสคนนี้อยู่บ่อยครั้งยิ่งกว่าเดิม
แต่ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงสองสำนัก จะดีกว่าหากเป็นผอ.ของทั้งสองสำนักเป็นผู้จัดการ
หากว่าหลิวฉิงหยุนยังทำตามใจตัวเองอยู่อีก นี่จะทำให้ผู้คนที่รับรู้ว่าสำนักเต๋าใต้บาดาลเป็นพวกรักสงบจะคิดยังไง
หลิวฉิงหยุนเองก็เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เขาจึงได้เงียบปากของตนและไม่คิดจะโผงผางออกไปอีก
“พี่เจิ้ง ผู้อาวุโสหลิวช่วงนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีน่ะ ท่านก็อย่าถือสาเลยแล้วกัน”
เมื่อเจิ้งฮูเชิงได้ยินแบบนี้ เขาก็มองหลิวฉิงหยุนประหนึ่งดั่งเข้าใจในอารมณ์ของเขาในตอนนี้ก่อนจะเผยรอยยิ้มแล้วพูดออกมา “ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ”
“พี่ฉี ผู้อาวุโสหลิว หากมีเรื่องอันใดเชิญเข้าไปก่อนแล้วค่อยพูดคุยกัน”
หลังจากพูดจบ เจิ้งฮูเชิงได้ผายมือของตนก่อนจะนำพาผู้อาวุโสฉีเข้าไป
หลิวฉิงหยุนที่ยืนอยู่ข้างเฉินเฉียงได้มองตามหลังหลิวฮูเชิงไปด้วยใบหน้าที่บูดบึ้งประดุจอีกฝ่า