ารที่เขานั้นต่อต้านสิ่งที่เรียกว่าบอลเลือดปีศาจนี่จึงไม่ใช่ภัยคุกคามต่อเขา ส่วนการพบเจอผู้บ่มเพาะหุ่นเชิดโลหิต หากดูตามบันทึก ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์และได้รับการบันทึกไว้เทียบเคียงได้เพียงระดับจอมพลวิญญาณเพียงเท่านั้น นั่นทำให้ด้วยขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้และเคลื่อนย้ายพริบตาของเขา เขาก็สามารถหลบหนีได้ทุกเมื่อ
เมื่อคิดได้แบบนี้ เฉินเฉียงจึงได้ออกจากห้องและพบเจอหยานเสวี่ย
ด้วยการเฝ้าระวังของเมิ่งน้อยนี้ทำให้หยานเสวี่ยสามารถบ่มเพาะอยู่ในห้องได้อย่างไม่ต้องระวังอะไรมาก
“เฉินเฉียง มันอันตรายเกินไปที่เจ้าจะไปที่หุบเขาฟานหยินด้วยตัวเอง ข้าจะไปกับเจ้า”
เฉินเฉียงส่ายหัวในทันที “ข้านั้นไม่ต้องกลัวไอ้พวกนั้น แต่เจ้านั้นไม่สามารถ”
“หากเจ้าไปแตะต้องสัตว์ปีศาจพวกนั้น แม้แต่การถูกพวกมันสัมผัส เจ้าก็อาจตกตายได้ในทันที”
“ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับข้า ผู้บ่มเพาะบนโลกนี้อ่อนด้อยนัก แม้แต่ฮูเตี๋ยนก็ยังทำอะไรข้าไม่ได้ แล้วคนที่นี่จะทำอะไรข้าได้กัน”
แม้เฉินเฉียงจะพูดออกมาเพียงไม่กี่คำ แต่นั่นก็ทำให้หยานเสวี่ยไม่อาจปฏิเสธคำพูดของเฉินเฉียงได้จึงทำได้เพียงพูดออกมาด้วยใบหน้ามู่ทู่