่อย่างใด เว่ยหยวนตี้นั้นกว่าจะรู้ตัวก็พบว่าตนนั้นบินไล่ตามราชาสวรรค์มากว่าครึ่งวันจนบินล่วงเลยมากว่าเกือบหมื่นไมล์ และในตอนนี้ทั้งสองเกือบเข้าสู่เขตทะเลใต้แล้ว
“ฉิบหายล่ะ นี่ใกล้จะถึงเขตของมนุษย์กลายพันธุ์แล้ว”
เว่ยหยวนตี้ที่คิดได้ดังนี้จึงได้รีบเร่งความเร็วของตนขึ้นอีกครั้ง นั่นก็เพราะเขาคิดว่าหากราชาสวรรค์เข้าไปในพื้นที่ของเผ่าพันธุ์แล้วทำการปักหลักต่อสู้ที่นั่น เขาจะไม่มีโอกาสได้ตัวเฉินเฉียงกลับมาอีก
ราชาสวรรค์ที่บินล้ำหน้ามาอยู่นั้น เมื่อเห็นว่าเว่ยหยวนตี้ในตอนนี้ร้อนรนจนเริ่มเร่งความเร็วมาแล้วนั้น เขาไม่ได้เพิ่มความเร็วขึ้นแต่อย่างใด ไม่เพียงเท่านั้น เขายังค่อยๆชะลอความเร็วลงเพื่อให้เว่ยหยวนตี้ไล่ตามเขาให้ทันด้วยซ้ำ
“ราชาสวรรค์ ปล่อยเฉินเฉียงออกมาซะ แล้วราชาผู้นี้จะไว้ชีวิตเจ้า”
เว่ยหยวนตี้ที่ในตอนนี้มากีดขวางทางของราชาสวรรค์เอาไว้ ได้ก้าวเดินเข้าหาราชาสวรรค์อย่างช้าๆกลางอากาศ พร้อมเสียงที่เย็นชา
หลังจากหยุดบินแล้วลอยตัวเฉยๆแล้ว ราชาสวรรค์ก็ได้มองไปที่เว่ยหยวนตี้อย่างสงบนิ่งและหัวเราะออกมาเบาๆ “หึหึหึ เว่ยหยวนตี้ ข้านั้นกำลังกังวลอยู่เลยว่าไอ้เต่าเช่นเจ้านั้นจะไล่ตามข้ามาได้หรือไม่ นี่ทำให้ไม่มีทางเลือกเลยจริงๆที่ข้าต้องบินอย่างสบายอารมณ์มาจนถึงตอนนี้ แต่ก็นะ ข้าล่ะไม่คิดเลยจริงๆว่าหลังจากผ่านมาหลายปีแล้ว ไอ้ระดับการบ่มเพาะของเจ้านี่ช่างช้าเชื่องขนาดนี้ ดูเหมือนว่าไอ้การเป็นผู