ยังค้นพบความลับของบันไดสู่สรวงสวรรค์ในเขตแดนจักรพรรดิด้วยนี่นา”
“ตัวข้านั้นเลยคิดพาสัตว์ประหลาดที่พึ่งจะออกมาจากเขตแดนจักรพรรดิเหล่านี้มาช่วยยืนยันเพียงเท่านั้นไม่คิดเป็นอื่นใด”
อย่างไรก็ตาม ผู้อาวุโสหลี่นั้นไม่ได้เห็นสัตว์ประหลาดเหล่านี้อยู่ในสายตา
นั่นก็เพราะหากพูดถึงการต่อสู้ของทั้งสามเผ่าพันธุ์แล้วนั้น ในสายตาของมนุษย์กลายพันธุ์ สัตว์ประหลาดไม่ได้ต่างจากเนื้ออันโอชาที่จ่ออยู่ที่ปาก จะกัดจะกินเมื่อไหร่ก็ได้
มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ถือได้ว่าเป็นศัตรูที่แท้จริงของมนุษย์กลายพันธุ์
ส่วนสัตว์ประหลาดนั้น พวกเขาจะใช้ จะทิ้ง จะขว้าง ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเพียงเท่านั้น
ผู้อาวุโสหลี่ได้มองไปที่หมีใหญ่อย่างดูถูก ก่อนจะพูดออกมาอย่างเนิบนาบ “เจ้าหมีใหญ่ ที่นี่คือเขตของมนุษย์กลายพันธุ์ของพวกเรา ไม่มีสิ่งใดให้เจ้าต้องยุ่งเกี่ยว”
“หากเจ้าไม่รู้ว่าสิ่งใดดีไม่ดีล่ะก็ ข้าขอแนะนำให้เจ้ารีบๆไปซะให้พ้นๆ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ข้าจะจัดงานเลี้ยงใหญ่ให้กับนักรบของข้าที่พึ่งจะออกมา”
ถึงแม้จะพูดอย่างเนิบนาบ แต่คำพูดของผู้อาวุโสหลี่กลับเต็มไปด้วยความดุดัน
แต่ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ตาม ชายที่ถูกเรียกว่าหมีใหญ่นี้นั้นเป็นอัจฉริยะแห่งสัตว์ประหลาด ผู้ซึ่งอยู่ในระดับราชาสัตว์ประหลาดขั้นกลาง
และด้วยการที่ทั้งสองฝั่งนั้นต่างก็มีนักรบระดับสูงมา ด้วยราชาสัตว์ประหลาดสิบกว่าตนและราชาเหนือมนุษย์เพียงแค่ไม่กี่ตน จึงไม่