จันทราแห่งกันหนัน ต้องขอบคุณความเอื้อเฟื้อของท่านจ้าวด้วย” เฉินเฉียงตอบออกมาโดยไม่มีท่าทีจะว่อกแว่กแต่อย่างใด
“ห้ะ ตึกจอมพลเมืองเหมันต์จันทราอีกแล้วเรอะ” จ้าวลี่บ่นอุบออกมาในทันที แต่ว่านี่เป็นการเลือกของเฉินเฉียงเอง เขาเองก็ไม่อาจจะทำอะไรได้
“ฮ่าฮ่าฮ่า เฉินเฉียง นายพลเว่ยหวู่ของข้า ข้านึกแล้วว่ายังไงซะเจ้าก็ต้องกับมาที่ตึกจอมพลเมืองเหมันต์จันทราของข้าอยู่ดี”
“เยี่ยม งั้นเจ้าและฉิงเชินจะได้เป็นองครักษ์ของข้าด้วยกัน”
“ต้องขอโทษท่านผู้การหลินด้วย ตัวข้าเองนั้นยังไงซะก็มาจากกองกำลังเทียนเว่ย ไม่มีทางที่ข้าจะเป็นองครักษ์ของท่านได้”
“ห้ะ กองกำลังเทียนเว่ย” เขานิ่งอึ้งไปประหนึ่งดังคนฟังไม่ชัด เขารีบถามออกมาอีกครั้งในทันที “เฉินเฉียง เมื่อกี้เจ้าว่ากองกำลังเทียนเว่ยงั้นเหรอ”
“ถูกต้องแล้วท่านผู้การ กองกำลังเทียนเว่ย”
จางหยวนและคนในกองกำลังต่างก็มองฉากที่เฉินเฉียงพูดออกมาอย่างหนักแน่นถึงสองครั้งพร้อมกับส่งเสียงเชียร์จนดังลั่น “นายพลเว่ยหวู่ นายพลเว่ยหวู่”
หลังจากจางหยวนและพวกหยุดส่งเสียงเชียร์แล้ว หลินเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึก “เฉินเฉียง เจ้าต้องคิดดีๆนะ กองกำลังนั้นมีเพียงแค่แปดคนเท่านั้น ต่อให้รวมเด็กใหม่สามคนนั่นก็มีเพียงแค่สิบเอ็ดคนเท่านั้น”
“กองกำลังนั่นอ่อนแอที่สุดในสามตึกจอมพลเลยนะ แม้แต่ที่กันหนันก็ยังเทียบไม่ได้”
“ฟังอย่างนี้แล้วเจ้าจะมานึกเสียใจทีหลังก็ไม่ได้แล้วนะ”
เฉ