ู่ดี”
“ว่าแต่ ข้าขอถามอะไรสักหน่อยเถอะ ข้านั้นต้องยอมคืนของที่ได้จากการประลองอย่างแก่นคริสตัลหรือสมุนไพรพวกนั้นรึเปล่าครับ”
“แน่นอนว่าไม่ สินสงครามที่ได้จากการประลองย่อมตกเป็นของผู้ที่ได้มันไป”
เฉินเฉียงตาลุกวาวในทันที เขาได้มองไปยังหลัวเฟิงที่เป็นผอ.สำนักเสือขาวแล้วถามต่อ “ถ้าอย่างนั้นของที่เหลือของหลินฟานเองข้าก็ควรจะได้มันมาใช่รึเปล่า”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้เด็กนี่ ข้านึกไว้แล้วว่าเจ้าต้องคิดเรื่องนี้อยู่” เว่ยหยวนตี้ได้ยิ้มและนำแหวนของหลินฟานออกมาวางไว้บนมือ “เฉินเฉียง ข้านั้นสามารถให้ของทุกอย่างที่อยู่ในนี้ได้ เว้นแต่ของสิ่งนี้เท่านั้น”
หลังจากพูดจบ เว่ยหยวนตี้ได้หยิบแผ่นพลังงานของหลินฟานออกไป
“โอ้ ท่านเว่ย ไอ้นั่นเอาไปได้เลย ข้าไม่ต้องการมัน” เฉินเฉียงได้ลอบถอนลมหายใจอย่างหนักก่อนที่จะรับแหวนมาในทันที
แน่นอนว่ากระบี่ทองคำและแผ่นพลังงานที่เหลือยังคงอยู่ข้างใน
นี่เป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในแหวนของหลินฟาน
แต่เดิม หลัวเฟิงเองนั้นความจริงแล้วต้องการจะจิ๊กกระบี่ทองคำเอาไว้ แต่ก็โดนเว่ยหยวนตี้ปฏิเสธอย่างหัวชนฝา
นั่นก็เพราะก่อนหน้านี้เฉินเฉียงได้พูดออกมามากมายหลายครั้งแล้วว่าการทำตัวของสำนักเสือขาวนั้นมันมากเกินกว่าที่สมควรจะยอมรับได้ไปมากโข หากว่าเขานั้นยังคิดจะนำกระบี่ทองคำนี้ไปอีก เว่ยหยวนตี้บอกได้เลยว่าเฉินเฉียงจะต้องไปสร้างเรื่องให้สำนักเสือขาวอย่างไม่หยุดหย่อนอย่างแน่นอน
หลังจากพูดคุยกันเสร