นเดียว”
“เจิ้งยี่ ข้าขอถาม หากเป็นเจ้า เจ้าทำได้หรือไม่”
พูดจบ ซุนไคได้โยนแผ่นพลังงานทั้งสิบสี่แผ่นใส่เจิ้งยี่ราวกับว่ามันเป็นขยะที่หาได้ดาษดื่น
“นี่….”
เจิ้งยี่ที่มีท่าทีโอหังก่อนหน้านี้ได้เปลี่ยนท่าทีไป
แต่ไม่นาน เขาก็ได้กำหมัดมาไว้ที่ระดับอกก่อนที่จะพูดออกมา “ท่านผอ. ข้ายอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ หากข้ามีโอกาส ข้าเองก็อยากจะสร้างผลงานให้กับเผ่าพันธุ์เราเหมือนกัน ข้าเชื่อมั่นว่าตัวข้านั้นย่อมไม่แพ้ศิษย์จากสำนักเต่าดำผู้นี้อย่างแน่นอน”
“ดี”
ผอ.ซุนพูดก่อนจะปรบมือไปหนึ่งทีด้วยเสียงอันดังลั่น “เจิ้งยี่ นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการฟังจากปากของเจ้า”
“อย่างไรก็ตาม เพียงแค่พูดไม่อาจจะสู้ลงมือทำ”
“ไม่ว่าเจ้าจะทำได้หรือไม่นั้น เจ้าจะรู้ก็ต่อเมื่อลงมือทำเพียงเท่านั้น”
“ในตอนนี้ข้าขอสั่งให้เจ้า เจิ้งยี่ ให้เจ้าเป็นผู้นำของศิษย์สำนักมังกรอาชูร่าห้าสิบคนติดตามเฉินเฉียงไปยังจุดซ่องสุมกำลังของพวกมนุษย์กลายพันธุ์”
“และก่อนที่เจ้าจะคิดทำอะไรได้นั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคำสั่งของเฉินเฉียง”
“เจ้าเข้าใจหรือไม่”
“จุดซ่องสุมกำลัง…..มนุษย์กลายพันธุ์…เหรอ”
เจิ้งยี่และศิษย์สำนักมังกรอาชูร่าในตอนนี้ต่างมองหน้ากันในทันที พวกเขานั้นไม่คิดว่าจะต้องได้ต่อสู้กับมนุษย์กลายพันธุ์เร็วขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นคือ พวกเขานั้นต้องฟังคำสั่งจากศิษย์สำนักเต่าดำอีก
“นี่พวกเจ้าไม่เข้าใจกันรึไง” ซุนไคถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึก
“รับทรา