ของเรานั้นจะได้ผลประโยชน์ไปบ้าง ไม่มากก็น้อย”
เมื่อพูดจบ เว่ยฉิงเชินก็ได้เก็บศพของถูหมั่นเถียนและหายไปในความมืดมิดเพียงชั่วพริบตา
หลังจากผ่านคืนที่หนักหน่วงนี้มาได้ ในที่สุดเฉินเฉียงก็ได้กวาดล้างกองโจรแห่งเขตแดนหมอกโลหิต แก้แค้นให้กับคนของอาณานิคมเขาอูฐได้สำเร็จ
แต่เมื่อนึกเว่ยฉิงเชินที่จากไปแล้ว นี่ทำให้เฉินเฉียงตระหนักได้ในทันทีว่าระดับการบ่มเพาะของเขานั้นยังอ่อนแอเกินไป
ถึงแม้เขาและเธอจะอายุเท่ากัน แต่เธอกลับก้าวล่วงเข้าสู่ระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางแล้ว
เมื่อเขากลับไปถึง เขาต้องฝึกตนเองอย่างหนัก
แต่เมื่อนึกถึงการฝึกฝน นี่ทำให้เฉินเฉียงต้องคิดหนักอีกครั้ง
ด้วยระดับสายเลือดของเขาในตอนนี้เขาจะฝึกอะไรได้กัน
ดูเหมือนว่าเขาจะต้องกลับไปถามอาจารย์เรื่องนี้ซะแล้ว
หลังจากผ่านไปหนึ่งวันครึ่ง เฉินเฉียงก็กลับไปถึงอาณานิคมเขาอูฐ
ด้วยการที่ในตอนนี้ อาณานิคมไม่หลงเหลือใครที่จะคอยเฝ้า ประกอบกับกลิ่นเลือดที่ลอยโชย นี่ทำให้สัตว์ประหลาดได้มาวนเวียนอยู่ไม่ขาด
เมื่อเฉินเฉียงกลับมาถึงก็พบเพียงซากไม่กี่ชิ้น ศพทั่วอาณานิคมนี้ส่วนใหญ่ถูกสัตว์ประหลาดกัดกินไปหมดแล้ว
เมื่อเห็นฉากอันแสนโหดร้ายนี้ เฉินเฉียงบังเกิดความรู้สึกหนึ่งที่คั่งค้างอยู่ในใจ เขาได้เก็บความโกรธแค้นของตนเอาไว้ ก่อนที่จะเริ่มจุดไฟเผาอาณานิคม
หลังจากขุดหลุมขนาดใหญ่และทำการฝังฮั่นหยูและคนอื่นๆไว้ด้วยกัน หลังจากนั้น เขาก็ตัดใจจากทุกสิ่งและตรงกล