ยงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้แต่แรกแล้วว่าจ้าวหยางและจ้าวฮั่นนั้นต้องการเตะตัดขาเขา แต่เขาเองก็ไม่อาจจะแหกกฎของสำนักได้อีกต่อไป ทำได้เพียงยอมรับเรื่องนี้ไปเท่านั้น
“ใครบอกว่าศิษย์น้องเฉินเฉียงไม่มีสิทธิไปประลอง”
“ในขณะที่เฉินเฉียงทำได้เพียงยอมรับและเตรียมที่จะก้มหน้าก้มตาแล่เนื้อสัตว์ประหลาดต่อไปนั้น เสียงเล็กเรียวหนึ่งได้ตะโกนเขามาจากด้านนอก”
เมื่อหันไปดูก็ได้พบหญิงสาวคนหนึ่งในชุดม่วงแดงที่มีอายุประมาณยี่สิบปี พร้อมทั้งศิษย์ชายที่แต่งเครื่องแบบของแผนกอัคคีเป็นผู้ติดตามอยู่ข้างหลัง
หลังจากที่หญิงสาวคนนี้ก้าวเข้ามาในประตู นางจ้องมองอ้วนป๋อด้วยสายตาเย็นชาและดูถูก “ไอ้อ้วนโง่งม อย่าคิดนะว่าแค่เพียงแกอยู่ในสำนักมานานปีแล้วจะใช้เรื่องนี้รังแกคนอื่นได้ง่ายๆ”
“แกมันก็แค่มีระดับการบ่มเพาะทหารขั้นสูงเท่านั้น เหอะ เท่าที่ดูแกก็คงดักดานอยู่ระดับนี้ไปชั่วชีวิตนั่นแหละ หรือว่าจะเถียง”
“หากว่าไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสจ้าวล่ะก็ สำนักจะเลี้ยงไอ้ตัวเลี้ยงเสียข้าวสุกอย่างแกไว้ทำไม”
“ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าแกทำยังไงถึงทำให้ผู้อาวุโสจ้าวช่วยออกหน้าได้ แถมยังมาทำตัวกร่างแบบนี้ทั้งๆที่ไม่มีค่าอะไรได้อีก บอกไว้เลยนะว่าต่อให้คนอื่นกลัวแกแต่ข้าไม่กลัว”
หลังจากหญิงสาวพูดจบลง ศิษย์ชายผู้ติดตามได้เข้าไปจับหัวของอ้วนป๋อเอาไว้ หญิงสาวได้พูดออกมาต่อ “ไอ้อ้วน นี่แกไม่ได้ยินที่ศิษย์น้องหลิวพูดรึไง”
“อย่า