ล้วคืออัจฉริยะหรอกเหรอ
ยิ่งเฟิงไคเหลียงจ้องมองมากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีเต็ม ถึงแม้ตอนแรกเหล่าผู้คนจะมีการกล่าวคำถากถางออกมาอยู่ แต่ในตอนนี้ทุกคนกลับเงียบงัน นั่นก็เพราะทุกคนได้เห็นท่าทีของเฟิงไคเหลียงนั่นเอง
“อาจารย์ จะเป็นไปได้ไหมว่าศิษย์น้องจะรู้จักวิธีปรุงยาจริงๆ”
หลู่ฟางอดไม่ได้ที่จะถามออกมาในขณะที่มองเฉินเฉียงที่ในตอนนี้กำลังทำการปรุงยาเปิดจุดชีพจรที่เขานั้นถวิลหามานาน
“ใครจะไปรู้ล่ะ หลู่ฟาง เจ้า… ไม่สิศิษย์น้องของเจ้าผู้นี้นั้นเป็นคนที่ยากจะคาดเดาจริงๆ” ฮู่ต้าไฮ่ในตอนนี้ทำได้เพียงหรี่ตามอง แต่ใบหน้าของเขานั้นกลับแสดงออกมาอย่างผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นไปทั่วทุกชั่วขณะ
จากท่าทางของเฟิงไคเหลียงที่เห็นกระบวนการปรุงยาของเฉินเฉียงนั้นพอจะบอกได้ว่าสมควรจะไม่มีปัญหา เพราะไม่อย่างนั้นเฟิงไคเหลียงก็คงไม่ตกในสภาพเหงื่อไหลท่วมกายแบบในตอนนี้
ในตอนนี้ภายในห้องแล้วนอกจากเสียงไฟจากเตาปรุงยาแล้วไม่มีเสียงอื่นใดอีก
ฉีเหรินที่หายไปนานก่อนหน้านี้ก็ได้กลับมายังจุดที่เฉินเฉียงกำลังปรุงยาอยู่
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง เฉินเฉียงก็ได้ดับไฟในเตาปรุงยาลง
เมื่อเขาเผยอฝาออก กลิ่นหอมของยาก็ได้คละคลุ้งไปทั่ว
“ใช่แล้วครับอาจารย์ กลิ่นนี้แหละ”
คนที่ส่งเสียงออกมาด้วยความประหลาดใจคนแรกคือหลู่ฟาง
“ขอดูหน่อย”
เฉินเฉียงที่เพียงพึ่งจะเปิดฝาเท่านั้น หม้อยาของเขาก็โดนฉว