็นเพราะสามารถควบคุมความเร็วในการบ่มเพาะลูกศิษย์ในสำนักของแผนกอื่นได้
ตัวฉีเหรินเองนั้นในฐานะของหัวหน้าแผนกเล่นแร่แปรธาตุ เขานั้นไม่ได้ต้องการเอาชื่อเสียงและอำนาจของแผนกไปเสี่ยงกับเรื่องนี้ แต่ด้วยการสนับสนุนจากผู้อาวุโสจ้าว ทำให้เขานั้นคิดว่า การลงมาเล่นเกมแห่งอำนาจในครั้งนี้มีแต่ได้กับได้
แต่ในตอนนี้ เขากลับมายืนอยู่ในจุดที่ไม่มีทางถอยแบบนี้ ฉีเหรินจึงไม่มีทางเลือกทำได้เพียงหันไปขอความช่วยเหลือจากผอ.หวัง
แน่นอนว่าผอ.หวังเข้าใจความคิดของฉีเหรินได้ในทันทีที่เห็นท่าทาง เขาเองก็ไม่อยากให้เรื่องไปไกลกว่านี้เหมือนกัน เขาจึงได้กระแอมขึ้นมาหนึ่งทีก่อนที่จะยืนขึ้นมา
“ผู้อาวุโสจ้าว ข้าคิดว่าวันนี้เรื่องนี้ควรจะจบลงได้แล้วนะ”
“ส่วนเรื่องความขัดแย้งระหว่างเฉินเฉียง แผนกเล่นแร่แปรธาตุและจ้าวฮั่น พวกเราค่อยพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้กันทีหลัง”
“พวกเราไม่ควรจะปล่อยให้ระดับบ่มเพาะของหลู่ฟางต้องล่าช้าด้วยเรื่องแบบนี้ไม่ใช่หรือ”
“ผอ. หากเรื่องนี้ล่าช้าไปมันจะไม่ดีไม่ใช่รึไงกัน” จ้าวหยางที่ในตอนนี้แม้จะเห็นแผนกทั้งสองแตกหักกันไปแล้วก็ตาม แต่เพื่อหลานของเขา มีหรือที่เขาจะยอมลามือไปแบบนี้
“ผอ. ผู้อาวุโสฉีก็พูดไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องกฎของสำนัก พวกเราก็ไม่ควรจะแหกกฎเพราะเฉินเฉียงด้วยไม่ใช่รึไงกัน”