แปรธาตุ เจ้าไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้”
“ห้ะ ต้องการค่าธรรมเนียมหมื่นแต้มคะแนนเนี่ยนะ เฒ่าฉี นี่แกอยู่มานานจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้วใช่รึเปล่า”
เมื่อฮู่ต้าไฮ่พูดจบลง ก่อนที่ฉีเหรินจะได้พูดอะไรออกมานั้น จ้าวหยางก็ได้พูดขึ้นมา “ฮู่ต้าไฮ่ ระวังคำพูดหน่อย”
“ห้ะ ให้ระวังคำพูด ผู้อาวุโสจ้าว อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้ากำลังคิดอะไร ไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังคิดแก้แค้นที่ศิษย์ของข้าเฉินเฉียงล้มหลานของเจ้าในลานประลองเป็นตายนั่นหรอกเหรอ”
จ้าวหยางที่ได้ยินก็ปรี๊ดแตกขึ้นมาในทันทีที่ได้ยิน เขาชี้นิ้วไปที่ฮู่ต้าไฮ่และพูดออกมา “ฮู่ต้าไฮ่ ต่อให้ที่เจ้าเป็นผู้อาวุโสของแผนกวิชายุทธแต่ก็ไม่มีสิทธิพูดจาไร้สาระออกมาได้แบบนี้ นี่มันไม่เกี่ยวกันเลยแล้วจะพูดเหมารวมไปทำไม ในเมื่อเจ้ากล้ามาก่อปัญหาให้กับแผนกเล่นแร่แปรธาตุ ในฐานะผู้อาวุโสของสำนักแล้วอย่าคิดว่าข้าไม่มีสิทธิเล่นงานเจ้านะ”
“อย่าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้าเพียงเพราะเจ้าเป็นนายพลวิญญาณขั้นสูงนะ ถ้าต้องสู้กันจริงๆก็ยังไม่แน่ว่าใครจะชนะ”
“มาสิไอ้เฒ่า พ่อคนนี้ไม่ชอบหน้าแก่ๆของแกมานานแล้ว แน่จริงก็เข้ามา”
ฮู่ต้าไฮ่ได้ถลกแขนเสื้อของตนขึ้นมาและก้าวเท้าเข้าหาจ้าวหยาง ผมของเขานั้นตั้งชันราวกับพร้อมปะทะได้ทุกเมื่อ
เมื่อเกิดฉากนี้ขึ้นมาเหล่าศิษย์และอาจารย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็รับรู้ได้ในทันทีว่าสถานการณ์ในตอนนี้เลวร้ายถึงขีดสุด
“พอได้แล้ว”
เสียงที่ดังประหนึ่งฟ้าผ่