าดระดับนายพลวิญญาณน่าจะทำให้เขานั้นได้อะไรมาบ้างล่ะนะ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินเฉียงก็ได้รีบออกจากห้องบ่มเพาะและตรงไปยังหอภารกิจในทันทีอย่างสุดฝีเท้า
โชคยังดีที่ เมื่อไปถึง เฉินเฉียงก็ได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงไปยังหอภารกิจอยู่แต่ไกล
ผู้นำของคนกลุ่มนี้มีความสูงเกือบสองเมตร เขาดูมีชีวิตชีวา ตลอดทางที่เขาได้พูดคุยกับศิษย์อีกคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ
เฉินเฉียงเมื่อเห็นแล้วจึงมั่นใจได้ในทันทีว่าชายคนนี้คือศิษย์พี่ของเขา หลู่ฟาง
นั่นก็เพราะคนที่อยู่ข้างๆเขานั้นก็คือศิษย์พี่อีกคนหนึ่งของเขา ชุยหยันหลัน
และในตอนนี้เอง ชุยหยันหรันก็ได้เห็นเฉินเฉียง
“ศิษย์น้อง”
ชุยหยันหรันได้รีบก้าวเข้ามาหาเฉินเฉียงสองก้าวและพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ศิษย์น้อง นี่คือศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเรา หลู่ฟาง”
ชุยหยันหลันได้แนะนำเฉินเฉียงให้รู้จักหลู่ฟางด้วยสีหน้าที่เปี่ยมสุข
เฉินเฉียงได้รีบน้อมคารวะในทันที “สวัสดีครับศิษย์พี่ใหญ่”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าเองก็พึ่งจะได้ยินมาจากท่านอาจารย์ว่ารับศิษย์ใหม่เพิ่มขึ้นมาเป็นเจ้าเองสินะ ดีจริงๆ”
“ได้ยินมาว่าเจ้านั้นมีสายเลือดแตกต่างกันถึงหกสาย แต่ยังสามารถยกระดับการบ่มเพาะเป็นระดับทหารขั้นสูงได้ด้วยเวลาอันสั้น ดูเหมือนว่าศิษย์น้องนี่จะไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ”
หลู่ฟางพูดออกมาก่อนที่จะแตะไปยังบ่าของเฉินเฉียงด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกมาซึ่งความรู้สึกเร่าร้อนราวกับวัยรุ่น
“ศิษย์พี่ พี่อาจจะยังไม่รู้ล่ะมั้งว่