ได้ว่าเป็นศิษย์ที่มีความสามารถสูงล้ำอีกคนหนึ่งของสำนักเรา”
เฉินเฉียงในตอนนี้ได้ตั้งแง่กับเฟิงไคเหลียงในทันที ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะมีความมั่นใจในตัวเองที่สูงล้ำเช่นเดียวกันจึงได้แสดงท่าทีหยิ่งยโสออกมาได้ถึงขนาดนี้
หลังจากฮู่ต้าไฮ่การสรรเสริญไปแล้ว เฟิงไคเหลียงก็ไม่ได้แสดงท่าทีดีใจออกมาแต่อย่างใด นอกจากนั้น เขาเพียงแค่นำมีดเล็กๆออกมาเล่มหนึ่งและโยนไปให้เฉินเฉียงและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เอาเลือดของเจ้ามา”
เฉียนเฉียงไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไป เขานำมีดไปกรีดแขน แล้วฮู่ต้าไฮ่ที่ในตอนนี้ในมือมีหลอดทดลองอยู่ได้นำหลอดมารองเลือดของเฉินเฉียงและส่งให้เฟิงไคเหลียง
ในห้องที่คับแคบห้องหนึ่ง เฟิงไคเหลียงได้นำขวดเล็กๆออกมาอย่างระมัดระวัง ข้างในนั้นมีสารละลายสีฟ้าที่เฉินเฉียงเคยเห็นตอนอยู่ที่อาณานิคม
เฟิงไคเหลียงได้ค่อยๆหยดสารสีฟ้าลงไปในหลอดทดลองที่มีเลือดของเฉิงเฉียง และเขย่าสารละลายไปมาอย่างช้าๆ
ทุกคนในตอนนี้ถึงกลับกั้นลมหายใจพร้อมทั้งจ้องมองการเปลี่ยนแปลงในหลอดทดลองอย่างไม่กะพริบตา
“เปลี่ยนสีแล้ว”
เป็นกัวเหลียงที่อยู่หลังสุดได้ตะโกนออกมาเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในหลอดทดลอง
อย่างไรก็ตาม ไม่ทันที่จะได้พูดจบดี สีในหลอดทดลองเปลี่ยนไปมาอย่างหลากหลายจนยากจะคาดเดา
นี่ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเบื้องหลัง(ปูมหลัง)ของเฉินเฉียงยิ่งดูประหลาดมากขึ้นและมากยิ่งขึ้นไปอีก
เขาเองก็เคยได้รับการทดสอบสายเลือดนี้มาแล้วครั