ารอย่างนั้น
“ปู่ซุน ข้าขออยู่กับปู่ต่อไม่ได้เหรอ”
“ไร้สาระ” ปู่ซุนตอบกลับในทันทีที่ได้ยินพลางตบหัวของเฉินเฉียงเล่นอย่างเอ็นดู “เจ้าจะมีอนาคตไปไกลแน่ถ้าได้อยู่ทีมสำรวจ แล้วเจ้าจะมีอยู่กับข้าเพื่อ?”
“อีกอย่าง เจ้าในตอนนี้มีความสามารถเทียบเท่ากับสายเลือดนักรบ ความสามารถของเจ้านั้นสมควรที่จะนำไปใช้ปกป้องอาณานิคมของมนุษย์มากกว่า สิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นเกียรติยศสูงสุดแล้ว”
“สำหรับคนที่มีความสามารถนั้น สิ่งที่ต้องแบกรับก็ต้องมากกว่าใครเป็นธรรมดา หรือเจ้าจะบอกว่าการได้มาอยู่กับข้าแล้วจะหลบเลี่ยงเรื่องพวกนั้นได้รึไงกัน สิ่งนี้ถูกตัดสินใจแล้วอย่าได้พูดจาไร้สาระอะไรอีก”
เมื่อเฉินเฉียงได้ยินคำพูดกล่าวสั่งสอนนี้ก็ถึงกับพูดไม่ออก ก็จริง เขานั้นเข้าใจเหตุผลของผู้อาวุโสซุนได้เป็นอย่างดี แต่ประเด็นคือการที่เขาอยู่กับทีมเก็บกู้ซากศพนั้นมีโอกาสที่จะทำให้เขานั้นแข็งแกร่งได้มากกว่า
ถึงแม้ความจริงจะเป็นแบบนั้นแต่เขาเองก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ นี่ทำให้ตัวเขานั้นทำได้เพียงฟังการอบรมสั่งสอนอยู่นิ่งๆเท่านั้น
“ก็ดีไม่ใช่เหรอ ดูเหมือนว่าเฉินเฉียงนั้นจะเป็นคนที่เห็นคุณค่ากับสายสัมพันธ์นะ”
“เอาแบบนี้ดีรึเปล่า เฉินเฉียงนั้นไม่จำเป็นต้องออกจากทีมเก็บกู้ซากศพหรอก ถ้าเขาทำงานของแต่ละวันเสร็จแล้วก็สามารถกลับไปทำงานของทีมเก็บกู้ซากได้ แบบนี้ดีไหม”
เมื่อเฉินเฉียงได้ยินดังนั้น ดูเหมือนว่านี่จะดีที่สุดในตอนนี้เขาจึงรับข้อเสน