ตู้เซิ่งได้สติกลับมา จึงรีบคารวะ และตอบว่า “กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ” แล้วรีบออกจากพระราชวังนอกเมืองหลวง
ส่วนซุนเต๋อกงก็เปลี่ยนชาให้จ้าวอี้ใหม่ทันทีหลังจากตู้เซิ่งไป และเอ่ยถึงเรื่องเงินเดือนทหารกับจ้าวอี้ “แต่ละที่ต่างยื่นฎีกามา กระหม่อมไปถามกรมคลังมาแล้ว อย่างมากที่สุดสามารถโอนเงินออกมาได้สามแสนตำลึง ฝ่าบาทคิดว่าจะเก็บไว้ครึ่งหนึ่งและจ่ายให้ในวังก่อนหรือจะใช้กับเรื่องอื่นพ่ะย่ะค่ะ?”
จ้าวอี้ได้ยินก็หงุดหงิดเล็กน้อย และเอ่ยว่า “จ่ายลงไปทั้งหมดแล้วกัน พวกแม่ทัพแอบพูดว่าข้าไม่รู้โรคภัยและความเจ็บปวดของประชาชนไม่ใช่หรือ? ข้าก็จะให้พวกเขาดูว่า ข้าไม่รู้โรคภัยและความเจ็บปวดของประชาชนหรือเปล่า…ทุกปีมีที่ที่ต้องใช้เงินมากมาย อย่างไรก็สนใจแต่พวกเขาไม่ได้กระมัง? เช่นนั้นกรมเจ้าท่าจะทำอย่างไร? เงินเดือนของพวกขุนนางจะทำอย่างไร? การเตรียมการเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้าจะทำอย่างไร?”
การเตรียมการเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิทุกปี หน่วยงานราชการต้องมอบเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรเป็นสัญลักษณ์ โดยราชสำนักต้องเป็นคนจ่ายเงินเหล่านี้ จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นแล้ว
ซุนเต๋อกงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ฝ่าบาทวางแผนครอบ