ายงาน ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องช่วยฮองเฮาทำให้ได้เช่นกัน”
ไฉ่อิ๋งได้ยินแล้วก็แสร้งทำเป็นถอนหายใจ และเอ่ยว่า “เสียดายที่ในวังมีคนคิดแบบท่านขันทีไม่มากนัก!” นางเอ่ยจบ ก็ทำเหมือนพลั้งปาก และรีบเปลี่ยนเรื่อง โดยเอ่ยว่า “นี่ท่านขันทีเพิ่งจะออกมาจากตำหนักของฝ่าบาทใช่หรือไม่? ฝ่าบาทยังยุ่งอยู่หรือไม่? ฮองเฮาอยากเชิญฝ่าบาทมาเสวยพระกระยาหารเย็นด้วยกัน จึงตั้งใจให้ข้ามาดูโดยเฉพาะ…” นางพูดไปก็หยิบถุงเงินออกมาสอดเข้าไปในอกเสื้อของซุนเต๋อกงอย่างเร็วมาก และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “อันนี้ฮองเฮาให้ ตรัสว่าเชิญท่านขันทีดื่มชา”
สินบนแบบนี้ วันหนึ่งซุนเต๋อกงไม่รู้ว่าได้รับตั้งเท่าไร
แต่ของหานถงซินเขาไม่กล้ารับ
เขายัดของกลับไปใหม่ และเอ่ยว่า “แม่นางไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ มีอะไรสั่งมาได้เลย” เอ่ยถึงตรงนี้ จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงยิ้มและเอ่ยว่า “ตอนนี้ฝ่าบาทน่าจะไม่มีธุระอะไร! ท่านหญิงเจียหนานกลับเมืองหลวงแล้ว ฝ่าบาทสั่งให้ขันทีตู้ไปที่จวนเจิ้นกั๋วกงโดยเฉพาะ ตรัสว่าอยากเชิญท่านหญิงกลับไปอยู่วังชั่วคราวสักสองสามวัน ไทฮองไทเฮาคิดถึงมาก...”
ไฉ่อิ๋งสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ต่อให้เป็นฮองเฮาเข้าวัง ก็ไม่สามารถพา