ันจบคำ ซิ่วซินเจินเหรินก็หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมา โยนขึ้นฟ้า แม้เป็นเพียง สมบัติระดับต่ำธรรมดา แต่เมื่อมีฐานะเจินเหรินวางรากฐานค้ำพลังไว้ ก็ราวกับเป็นกำแพงทองแดงปิดฟ้า ครอบคลุมทั้งตำหนักโดยสมบูรณ์
“ผู้อาวุโสท่านใดกัน? เหตุใดจึงปิดล้อมตำหนักของข้า!?”
ไม่นานก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นจากใจกลางตำหนัก เสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว รีบบินมาทันที
ผู้มาเป็นชายชราในชุดคลุมดำ
แม้จะอยู่ระดับรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ แต่เห็นได้ชัดว่าไม่เคยฝึกวิชาใหญ่ พลังที่แสดงก็แค่พอประมาณ หน้าตาเองก็ดูโรยราแล้ว
“ท่านคือ…”
เมื่อเห็นอวิ๋นเมี่ยวเจิน เขาก็ชะงัก จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที จำได้ว่า นางคือศิษย์จากนิกายกระบี่หยกที่เคยมาเลือกตัวอ่อนกระบี่
“อวิ๋นเมี่ยวเจินแห่งนิกายกระบี่หยก”
อวิ๋นเมี่ยวเจินกอดอก กล่าวเยาะ “ข้าได้รับข่าวลับว่า ตำหนักซ่อนกระบี่นี้มีสายสัมพันธ์กับนิกายมารแห่งแดนเหนือ คิดจะลักพาตัวศิษย์จากนิกายกระบี่หยกของข้า!”
“อะไรนะ!?”
คำพูดนี้ทำเอาชายชราแทบถลนตา
มีสายสัมพันธ์กับนิกายมาร!?
นี่คือข้อหาใหญ่หลวง! ในดินแดนใต้ ใครถูกจับได้ว่าร่วมมือกับนิกายมาร ย่อมถูกตัดหัวทันที!
เมื่อเห็นซิ่วซินเจินเหรินข้างๆ ชายชราก็ไม่กล้าคิดต่อต้านอีกแม้แต่น้อย รีบก้มตัวคำนับทันที
“ท่านจากนิกายหลัก ได้โปรดไตร่ตรองให้ดี ตำหนักซ่อนกระบี่ของข้าเลี้ยงกระบี่เพื่อรับใช้สำนักมาโดยตลอด ไม่เคยคิดทรยศ ได้โปรดตรวจสอบอย่างถี่ถ้