กบรรยากาศในครอบครัวกดขี่มานานเกินไปเช่นกัน
เขาจำเป็นต้องลุกขึ้นยืน ยืนให้สูงกว่าบิดา มองให้ไกลกว่าบิดา ทำให้จินเฉิงกับจินย่วนสามารถหลบอยู่ใต้ปีกของเขาได้โดยไม่ถูกทำร้าย
“จงเฉวียน ให้ข้าตามเจ้าเข้าเมืองหลวงด้วยเถอะ?” เขาอ่อนน้อมถ่อมตน “เจ้าก็รู้เช่นกันว่า ข้าหาทางไม่ได้เลย อย่างไรข้าก็ไม่สามารถไปขอร้องน้องเขยข้าตอนที่น้องสาวข้าเพิ่งจะแต่งไปจวนอันลู่โหวและยังไม่ยืนหยัดได้กระมัง? ถึงเวลานั้นน้องสาวข้าอยู่บ้านสามีจะวางตัวอย่างไร? อีกอย่าง…เติ้งเฉิงลู่เป็นคนอ่อนโยน ตระกูลเติ้งไม่ถามเรื่องข้อราชการของราชสำนักมานานแล้ว ให้เขาช่วยเป็นคนกลางให้ข้า สู้ข้าคิดหาทางเองดีกว่า!”
สิ่งที่จินเซียวเอ่ยก็เป็นความจริงเช่นกัน
แต่หลี่เชียนยังคงลังเลเล็กน้อย
จินเซียวจึงเอ่ยว่า “จงเฉวียน ข้าบอกความจริงกับเจ้าแล้วกัน! เงินเดือนทหารของปีสองปีนี้ตระกูลของพวกเรายังเอาออกมาได้ ท่านพ่อให้ข้าไปเมืองหลวง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือยังอยากผูกมิตรกับพวกขุนนางที่สามารถช่วยตระกูลของพวกเราในช่วงเวลาสำคัญได้ ก็ไม่ต้องการขุนนางที่ใหญ่มากเช่นกัน แค่รู้ข่าวเร็วก็พอ ส่วนจะได้เงินหรือไม่นั้น กลับเป็นเรื่องรอง”
หลี่เชียนไม่กล้าสัญญากับ