ป็นศิษย์ด้วย
ไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อลำบากใจมาก ทั้งสองคนเจอมหาบัณฑิตกับอาลักษณ์ในวังมามากมาย อย่างพวกนางนั้น ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาก็ถือได้เพียงว่ารู้จักตัวอักษรเท่านั้น จะเป็นอาจารย์ได้อย่างไร?
ทั้งสองคนรีบไปถามความเห็นของเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนนึกได้ว่าในวังยังตั้ง ‘สำนักการศึกษาฝ่ายใน’ ให้พวกหัวหน้าขันทีขจัดความไม่รู้หนังสือเลย จึงรู้สึกว่าแบบนี้ก็ไม่เลวเช่นกัน แต่งานของไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อเยอะเกินไปแล้ว จึงเอ่ยว่า “เช่นนั้นพวกเจ้าก็เลือกคนสองคนจากในคนที่ตามมาทำเรื่องนี้แล้วกัน”
ไป่เจี๋ยขานว่า “เจ้าค่ะ”
ทว่าฉิงเค่อกลับเอ่ยว่า “ท่านหญิง ข้าว่า ข้าทำเองดีกว่า!”
ไป่เจี๋ยไม่เข้าใจ
ฉิงเค่อก้าวมาข้างหน้าเล็กน้อย และอธิบายกับเจียงเซี่ยนเสียงเบามากว่า “ท่านว่าการสอบขุนนางทุกสามปี ทำไมพวกราชเลขาธิการถึงต้องแย่งกันเป็นหัวหน้าผู้คุมสอบ ก็เพราะอยากมีบุญคุณกับบัณฑิตไม่ใช่หรือ…ในเมื่อคนพวกนี้อยากอ่านและเขียนหนังสือ ก็ต้องพุ่งเป้าไปที่ช่วงชิงอนาคตที่ดีอย่างแน่นอน...”
เจียงเซี่ยนได้ยินก็อึ้งไป แล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดัง และเอ่ยว่า “ฉิงเค่อ เจ้าเก่งจริงๆ เช่นนั้นเรื่องนี้ก็มอบให้เจ้าไปจัดการแล้ว”
ฉิงเค่ออมยิ้ม