ี่เล่าลือกันข้างนอกว่าเป็นโรคที่บอกใครไม่ได้และเหมือนสตรีหน้าตาอัปลักษณ์มาก
นางอดที่จะตะลึงและมองเจียงเซี่ยนอีกครั้งไม่ได้
เมื่อก่อนเจียงเซี่ยนถูกเหล่าราชเลขาธิการ จากสำนักราชเลขาธิการรุมโจมตียังไม่กลัว จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงสายตาของสตรีจากตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจ
นางปล่อยให้อีกฝ่ายมองอย่างสุภาพเรียบร้อย
ฮูหยินหยางลอบถอนหายใจ
เด็กสาวที่เติบใตในวัง มารยาทและกิริยาท่าทางย่อมไม่ขาดอย่างแน่นอน ทว่าที่มีดวงตาใสแจ๋วและฉายแววเฉลียวฉลาดนั้นกลับหาได้ยากมาก
นางยิ้มและเอ่ยอย่างจริงใจว่า “ท่านหญิงหน้าตางดงามจริงๆ ใต้เท้าหลี่ของพวกเราโชคดีแล้ว!”
ฮูหยินฝางยิ้มอย่างถ่อมตน และเชิญฮูหยินหยางไปดื่มชาที่โถงบุปผาข้างๆ
รับประทานอาหารเที่ยงแล้ว ฮูหยินฝางกับฮูหยินฉีก็ส่งฮูหยินหยางขึ้นรถม้าด้วยตนเอง พอกลับไปถึงเรือนของเจียงเซี่ยนและจะตรวจนับของที่ตระกูลหลี่ส่งมา ถึงเห็นว่าเจียงเซี่ยนล้างหน้าและปล่อยผมนานแล้ว นางเปลี่ยนเป็นเสื้อคลุมยาวที่มักจะใส่ในยามปกติและกำลังนั่งอ่านหนังสือนิยายที่ซื้อมาใหม่อยู่บนหมอนอิงใบใหญ่ใกล้หน้าต่างอย่างสบายอกสบายใจ
ฮูหยินฝางไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นางตีหน้าผากของเจียงเซี่ยนและเอ่ยว่า “เจ้าเด็กโง่ ไม่รู้ว่าเมื่อไรถึงจะโต”
เจียงเซี่ยนหัวเราะคิกคัก
———————————–
[1] หรูอี้ ของใช้ที่เป็นสัญลักษณ์มงคล มีลักษณะคล้ายไม้เท้าขนาดเล็ก ทำจากหยก ไม้ไผ่ หรือกระดูก ส่วนหัวโค้งงอเป็นวง แล