และฉายแววภูมิใจอย่างเบาบาง
เจียงเซี่ยนรู้สึกแปลกๆ อย่างไรก็รู้สึกว่าหลี่เชียนไม่ค่อยเหมือนเวลาปกติ ทว่าไม่เหมือนตรงไหนกันแน่นั้น นางก็บอกไม่ถูก
นางจึงทำได้เพียงเอ่ยต่อว่า “แล้วเจ้าก็ไม่ต้องรีบไปตอนนี้เช่นกัน กลับไปพักก่อนสักครู่ พักผ่อนให้เต็มที่ เวลานี้พวกเขาต่างก็เมาแล้ว เจ้าไปก็อาจจะไม่ได้เจอคน ฉีเซิ่งคอแข็ง ก่อนไปเจ้ากินอะไรรองท้องก่อนสักหน่อย ไม่อย่างนั้นจะเมาง่ายมาก…มีอะไรพวกเราค่อยคุยกันทีหลัง”
นางอยากรู้มากว่าหลี่เชียนโน้มน้าวให้เจ้าอาวาสวัดถ่าย่วนส่งพระหงอีกับศิษย์มารักษานางอย่างไร
“ข้ารู้แล้ว” หลี่เชียนยิ้ม “ข้าจะเชื่อฟังเจ้าทุกอย่าง หวีผมกับล้างหน้าก่อน แล้วพักผ่อนสักครู่ กินอะไรรองท้องสักหน่อย แล้วค่อยไปเยี่ยมใต้เท้าฉี…”
หมายความว่าอย่างไรที่ว่าเชื่อฟังข้าทุกอย่าง?
เจียงเซี่ยนพึมพำอยู่ในใจ ทว่าบนหน้ากลับร้อนผะผ่าว
นางเคยได้ยินเจียงลวี่บอกว่า ทหารที่อยู่ในกองทัพเปิดเผยและตรงไปตรงมามากทีเดียว พวกเขาจะดูว่าเจ้าคุ้มที่จะคบหาหรือไม่ และปกติก็จะตัดสินวีรบุรุษกันด้วยเหล้า
ไม่อย่างนั้นทำไมนางถึงกำชับครั้งแล้วครั้งเล่า?
ทันใดนั้นเจียงเซี่ยนก็พาลโกรธเล็กน้อย จึงไล่หลี่เชียนออกไป
หลี่เชียนไม่คิดว่าการทำเช่นนี้เป็นการอกตัญญู จึงยิ้มตาหยีและจากไป
ฉีตานกับฉีซวงออกมาจากหลังฉากกั้น และแลกเปลี่ยนสายตากัน สีหน้าฉายแววเจ้าเล่ห์ คนหนึ่งถามเจียงเซี่ยนว่า “เมื่อครู่นั่นคือใต้เท้าหลี่หรือ? หน