หลี่เชียนที่เอาแต่ยิ้มเหมือนคนบ้าตอนนี้ ในสายตาของเจียงเซี่ยนจึงดูโง่เป็นพิเศษ
นางอดที่จะเม้มปากยิ้มไม่ได้ และเชิญให้หลี่เชียนนั่งลงบนเก้าอี้ไท่ซือกลางห้องโถง
ชีกู เซียงเอ๋อร์ และจุ้ยเอ๋อร์วางถ้วยและตะเกียบสองชุด
หลี่เชียนเอ่ยว่า “ข้ากินอาหารเช้ากับเจ้าไม่ได้แล้ว!”
เช่นนั้นเจ้ามาทำไม?
เจียงเซี่ยนเบิกตาโต
หลี่เชียนยิ้มและเอ่ยว่า “เดิมทีกะว่าจะมาเยี่ยมเจ้าสักหน่อยก็ไป สุดท้ายเห็นว่าเมื่อครู่เจ้าอารมณ์ไม่ค่อยดี ข้าจึงตามเข้ามา…ทำไมเจ้าถึงอารมณ์ไม่ดีเล่า?”
เจียงเซี่ยนบอกได้หรือว่าเป็นเพราะนางคิดว่าหลี่เชียนไม่ตามมา?
นางหลุบตาลง
แต่หลี่เชียนกลับยิ้มออกมา และเอ่ยว่า “ดูเหมือนข้าจะเดาถูกแล้ว เมื่อครู่เจ้าอารมณ์ไม่ดี!”
เจียงเซี่ยนสำลักน้ำชา
หลี่เชียนรีบลุกขึ้นยืนตบหลังนาง
แรงเยอะเกินไป จนเกือบจะตบเจียงเซี่ยนปลิวออกไป
เจียงเซี่ยนสำลักหนักกว่าเดิม
หลี่เชียนกระอักกระอ่วนเป็นอย่างมาก และเอ่ยว่า “ข้าติดตามท่านพ่ออยู่ในค่ายทหารมานาน มือจึงไม่ค่อยรู้ความเหมาะสม…”
เจียงเซี่ยนพยักหน้า และขวางแขนของเขาไว้ แล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่เป็นไร!” แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมือ
หลี่เชียนจึงเอ่ยถึงเรื่องที่ไปต้าถง “คนที่ข้าพามาครั้งนี้เป็นผู้ติดตามของข้าทั้งหมด คนที่ตามท่านพี่อาลวี่มาส่วนใหญ่เป็นคนของค่ายทหารภูเขาตะวันตก บรรพบุรุษของพวกเขาต่างฐานะยากจน จึงยากที่จะมีโอกาสออกจากเมืองหลวง ตอนที่ท่านพี่อาลวี่อยู่ก็ยัง