ไทฮองไทเฮากับไทฮองไท่เฟยปรึกษากันว่าหากเจียงเซี่ยนแต่งงานกับหลี่เชียนจริงๆ จะรั้งหลี่เชียนไว้ที่เมืองหลวงอย่างไร
ส่วนจ้าวอี้นั้นพอกลับถึงวังเฉียนชิงก็เรียกวังจี่เต้าเข้าเฝ้าทันที
เขาบอกวังจี่เต้าเรื่องที่เฉาไทเฮาพระราชทานงานสมรสให้เจียงเซี่ยน และเอ่ยว่า “เจ้าว่า ไทเฮาทำแบบนี้มีเจตนาอะไรกันแน่? ข้าควรทำตามพระประสงค์ของไทเฮาและให้ขันทีไปแสดงความยินดีกับเจิ้นกั๋วกงหรือไปพบไทเฮาที่ภูเขาวั่นโซ่วและเตือนไทเฮาว่าอย่ายุ่งเรื่องนี้ล่ะ?”
วังจี่เต้าลูบเคราที่ดกขึ้นมาในช่วงเกือบครึ่งปีนี้ และรู้สึกว่าพระราชเสาวนีย์ฉบับนี้มาได้ลึกลับจริงๆ
หากหลี่เชียนแต่งงานกับท่านหญิงเจียหนานจริง ต่อให้ตระกูลเจียงไม่นั่งอยู่บนเรือลำเดียวกับตระกูลเฉา ฮ่องเต้ก็ไม่มีทางที่จะใช้เจียงเจิ้นหยวนได้อย่างไร้ซึ่งความคลางแคลงใจเช่นกัน เท่ากับใช้การแต่งงานนี้ปลดเจียงเจิ้นหยวน ทำให้เจียงเจิ้นหยวนกลายเป็นของประดับในราชสำนักตั้งแต่นี้ไป ส่วนเจตนาของเฉาไทเฮานั้นก็เพียงแค่อยากดึงตระกูลหลี่ไปเป็นพวก จึงมอบลูกสะใภ้ที่ฐานะสูงศักดิ์จนตระกูลหลี่ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ให้ตระกูลของเขา ทำให้ตระกูลหลี่จงรักภักดีต่อตระกูลเฉามากขึ้น และเชื่อฟังอย่างจริงใจมากขึ้นเท่านั้น
หากพวกเขาควบคุมได้เหมาะสม ไม่ให้ตระกูลหลี่กระโดดขึ้นมา ก็สามารถทำให้แผนการของเฉาไทเฮาล้มเหลวได้อย่างสิ้นเชิง
เขาบ่นพึมพำออกมาทันที และค่อยๆ เอ่ยว่า “ฝ่าบาท ตามที่กระหม่อมกล่า