้ชัดเจน มีแต่คนที่ตนเองกินดีอยู่ดีแล้วเท่านั้นที่จะมีสิทธิไปสงสารคนอื่น เรื่องนี้…เจ้าก็สู้หลี่เชียนไม่ได้แล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เขาลักพาตัวเจียงเซี่ยนไปใต้จมูกพวกเจ้า ข้าก็นับถือว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่นคนหนึ่ง ดังนั้นครั้งนี้เจ้าไปพบเขาแล้ว จะเห็นเขาเป็นลูกชายของแม่ทัพธรรมดาคนหนึ่งไม่ได้อีกแล้ว สุภาพเขาหน่อย…”
เฉาเซวียนได้ยินแล้วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยว่า “เสด็จป้า เจียงลวี่กับหวังจ้านไปแล้ว พวกเขาต่างมาจากตระกูลทหาร โดยเฉพาะเจียงลวี่ หากตอนที่กระหม่อมไป หลี่เชียนสารภาพความผิดของตนเองแล้ว…”
“ไม่มีทาง” เฉาไทเฮามองเฉาเซวียนครั้งหนึ่ง และเอ่ยอย่างมั่นใจมากว่า “อาเซวียน เจ้าไม่เข้าใจ หลี่เชียนกับข้าเหมือนกันมาก พวกเราต่างมาจากตระกูลที่ยากจนและฐานะต่ำต้อย อาศัยคนที่มีตำแหน่งสูงเล็กน้อยคว้าโอกาสไว้ และค่อยๆ เดินมาทีละก้าวจนถึงวันนี้ ความลำบากและความเจ็บปวดในนั้นเป็นสิ่งที่พวกเจ้าไม่อาจรู้ได้ ต่อให้ถึงช่วงเวลาสำคัญสุดท้ายแล้ว ขอเพียงยังมีลมหายใจอยู่ ก็จะไม่ยอมแพ้ และยิ่งไม่มีทางที่จะประนีประนอมและยอมอ่อนข้อให้ หากหลี่เชียนยอมรับผิด ก็ต่อเมื่อเขาตายอย่างแน่นอน เจียงลวี่ถึงจะสามารถกดมือของเขาให้พิมพ์ลายนิ้วมือลงในหนังสือยอมรับผิดได้”