้ และเอ่ยอย่างตอบไม่ตรงคำถามว่า “ท่านลุงเจียง ก็อย่ากังวลเลย เป่าหนิงเป็นคนฉลาด นางจะคิดเพื่อตนเอง” แล้วก็เอ่ยอีกว่า “ท่านก็รู้ว่าข้าไม่มีความสามารถอะไรเลย เช่นนั้นทางน้องเจียง…ข้าก็ไม่ตามไปถ่วงแข้งถ่วงขาพวกเขาแล้ว ข้าว่าเดี๋ยวข้าไปจวนเป่ยติ้งโหวดีกว่า แจ้งข่าวแก่ท่านหญิงชิงฮุ่ยสักหน่อย หลายวันนี้นางคอยเป็นห่วงท่านหญิง เกรงว่าคงจะนอนไม่ค่อยหลับเหมือนกัน”
เจียงเจิ้นหยวนยิ้มและพยักหน้า เหมือนปลื้มใจที่เขาเข้าใจความรู้สึกและเอาใจใส่ดีมาก
เรื่องราวเกี่ยวพันถึงสถานการณ์ทั้งหมดและสำคัญมาก เฉาเซวียนจึงไม่กล้าอยู่นาน หลังจากคุยกับเจียงเจิ้นหยวนอย่างเกรงใจไม่กี่คำ เขาก็ลุกขึ้นบอกลา
เจียงเจิ้นหยวนไม่ได้รั้งเขาไว้ และเรียกเด็กรับใช้คนหนึ่งให้ออกไปส่งเขาข้างนอก
จนกระทั่งเฉาเซวียนออกจากจวนเจิ้นกั๋วกงแล้ว ก็ไม่ได้เจอเด็กรับใช้ที่คอยยกชากับของว่างเลย
เขาอดที่จะต่อว่าในใจไม่ได้
เจิ้นกั๋วกงก็ขี้เหนียวเกินไปหน่อย เขาเข้าไปในจวน ทว่ากลับไม่ได้ดื่มชาแม้แต่อึกเดียว
แต่ในใจเขาไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจ นี่ก็เป็นหนึ่งในคำเตือนที่เจียงเจิ้นหยวนมีต่อเขาเช่นกันว่า…หากจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดี ต่อไปก็อย่าคิดที่จะมาเป็นแขกที่จวนเจิ้นกั๋วกงเลย
เช่นนั้นสามารถคิดได้หรือไม่ว่า ต่อไปไป๋ซู่ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเจียงแล้ว?
เฉาเซวียนออกจากจวนเจิ้นกั๋วกงแล้ว ก็ให้คนไปที่จวนเป่ยติ้งโหว ทว่าในใจกลับคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น