ากทั้งนั้น
เฉาเซวียนไปยังจวนเป่ยติ้งโหวด้วยสีหน้าสับสน
ผู้ติดตามยื่นเทียบขอพบไป คนเฝ้าประตูของจวนเป่ยติ้งโหววิ่งไปแจ้งเป่ยติ้งโหวอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน จวนเป่ยติ้งโหวก็เปิดประตูข้างตะวันออก ซื่อจื่อเป่ยติ้งโหวซึ่งเป็นน้องชายของไป๋ซู่ ไป๋ซีที่อายุเพียงสิบปีก็พาเหล่าผู้ช่วยของเป่ยติ้งโหวออกมาต้อนรับ
หลังจากทักทายกันพักหนึ่ง เฉาเซวียนก็ถูกพาไปที่ห้องหนังสือที่เรือนด้านนอกของเป่ยติ้งโหว
เป่ยติ้งโหวสวมชุดผ้าดิ้นกลางเก่ากลางใหม่พบเฉาเซวียนที่ห้องหนังสือ
เฉาเซวียนเอ่ยว่าอยากพบไป๋ซู่เพียงลำพัง และบอกว่า “ข้าเพิ่งมาจากจวนเจิ้นกั๋วกงขอรับ”
ทั้งสองตระกูลไม่ได้เกี่ยวดองกันธรรมดา
เป่ยติ้งโหวอยากถามมากว่า ‘เกิดอะไรขึ้น’ แต่เขาก็ยังควบคุมความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ได้ และให้คนไปบอกไป๋ซู่ แล้วพาเฉาเซวียนไปยังโถงบุปผาที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่
แม้จะเป็นคู่หมั้น ก่อนแต่งงานก็ห้ามสนิทกันมากเกินไปเช่นกัน โถงบุปผาเปิดฉากกั้นทุกด้าน ในลานบ้านมีสาวใช้และแม่บ้านเฝ้าอยู่หลายคน
แสงแดดในฤดูใบไม้ผลิที่มาถึงช้าสาดส่องในลานบ้านที่ดอกไม้ ใบหญ้า ต้นไม้ กิ่งไม้ และใบไม้เจริญงอกงามดีจนแน่นขนัดอย่างอบอุ่น เป็นภาพทิวทัศน์ที่หลากสีสันสดใสและสวยงามมาก
ทว่าภาพทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้จะรักษาไว้ได้นานแค่ไหนกัน?
เฉาเซวียนกลับรู้สึกอ้างว้าง