คุณหนูเติ้งแห่งตระกูลอันลู่โหวถึงเอ่ยเสียงดังอย่างเพิ่งคิดได้ว่า “ข้างนอกหนาวขนาดนั้น หากท่านหญิงเจียหนานโดนอากาศหนาวมากจนป่วยไปจะทำอย่างไร? พวกเราต้องบอกขันทีซุนสักหน่อยหรือไม่?”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว!” คุณหนูซูได้สติกลับมา และรีบเอ่ยว่า “ต้องบอกขันทีซุนสักหน่อยถึงจะถูก” แล้วมองพวกหานถงซินกับไช่หรูอี้ครั้งหนึ่ง หมายความว่าแม้ข้าจะคิดว่าดี แต่ก็ไม่อยากออกหน้า ดังนั้นพวกเจ้าต้องช่วยตัดสินใจถึงจะถูก
หานถงซินปรายตามองคุณหนูซูครั้งหนึ่งอย่างดูถูก
นางเกลียดผู้หญิงที่มาจากตระกูลขุนนางที่ทั้งทำไร่ไถนาและเรียนหนังสืออย่างพวกนางที่สุด คนเสแสร้ง ทำอะไรก็ต้องวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่มีคนที่ตรงไปตรงมาสักคน
หานถงซินสั่งให้นางในข้างกายไปเรียกขันทีเข้ามาคนหนึ่ง และให้เขาไปรายงานซุนเต๋อกง
ดวงตาของคุณหนูตระกูลซูกับคุณหนูสองคนจากตระกูลวังต่างสว่างไสวราวกับหิมะ แน่นอนว่าความคิดของหานถงซินปิดบังพวกนางไม่ได้ ทั้งสามคนจึงอดไม่ได้ที่จะดูถูกหานถงซินอย่างรุนแรงในใจ
ทุกเรื่องต้องบอกลำดับขั้นตอนให้ชัดเจน ยิ่งกว่านั้นคือเมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้ว เป็นหน้าที่ของใครและใครเป็นคนรับผิดชอบกันแน่ ก็ยิ่งต้องพูดให้ชัดเจน การปกป้อง ให้ท้าย ไม่รู้จักสำนึกผิดและแก้ตัวใหม่แบบนี้ มีแต่จะก่อเรื่องใหญ่มากขึ้นในอนาคต ดังนั้นจะทำอย่างขอไปทีได้อย่างไร แน่นอนว่าใครทำคนนั้นก็ต้องเป็นคนกอบกู้สถานการณ์หลังจากเกิด