รากฏขึ้นมา
ตำหนักอี๋อวิ๋นเก็บกวาดเรียบร้อยตั้งนานแล้ว ทว่าตำหนักอี๋อวิ๋นเล็กกว่าตำหนักไผอวิ๋นมาก บรรดาสตรีที่มาอวยพรวันเกิดเฉาไทเฮาต่างก็พาสาวใช้และแม่นมที่ติดตามรับใช้ข้างกายมาด้วยอีก เผื่อตอนที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยหรือเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมาและจำเป็นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า กระเป๋าผ้าสักหลาดสักใบสองใบก็ยิ่งขาดไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้สถานที่จึงไม่ค่อยพอแล้ว
ตำหนักหลักต้องเก็บไว้ให้เฉาไทเฮา ถึงเฉาไทเฮาจะไม่สำเร็จราชการแทนแล้ว ขอเพียงนางยังมีชีวิตอยู่ ก็เป็นสตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในราชสำนัก
พวกเจียงเซี่ยนจึงจำเป็นต้องเบียดกันอยู่ที่ตำหนักข้างสองฝั่งตำหนักอี๋อวิ๋น
ทว่าเหล่าหญิงรับใช้ที่ติดตามมานั้นกลับถูกซุนเต๋อกงจัดให้อยู่ที่ตำหนักอี๋เล่อที่อยู่ไม่ไกลจากตำหนักอี๋อวิ๋น
ทางนั้นบรรดาคณะงิ้วยังคงรอให้เฉาไทเฮาเลือกงิ้วเรื่องที่จะแสดงอยู่ ส่วนทางนี้ตำหนักข้างตำหนักอี๋อวิ่นต่างเตาจุดไฟใต้ตำหนักคลายหนาวแล้ว ทุกคนเดินมาไกลขนาดนี้ บางคนเหงื่อออกแล้วก็ไม่กล้าถอดเสื้อผ้า กลิ่นเครื่องสำอางปะปนกับกลิ่นเหงื่อ ทำให้เจียงเซี่ยนรู้สึกอึดอัดมาก
นางจึงถือโอกาสหาข้ออ้างไปยืนสูดอากาศสดชื่นที่ระเบียงทางเดิน
อากาศหนาวเย็น ลมพัดต้นตงชิง[1]ข้างบันไดที่กิ่งและใบยังคงเขียวขจีส่งเสียงแซกแซก
ทำไมพวกจ้าวอี้ถึงตัดสินใจใช้ตำหนักอี๋อวิ๋นเป็นสถานที่อวยพรวันเกิด?
เป็นเพราะจ้าวอี้จำเป็นต้องต้อนรับและปลอบใจเหล่าขุนนางใหญ่ในราช