้วขอรับ!” หมิ่นสี่เอ่ย พลางคิดว่าหากช่วยหมิ่นโจวกลับมาไม่ได้แล้ว ถ้าท่านหญิงเจียหนานหาเรื่องเขา เขากลัวว่าจะไม่มีใครช่วยพูดแม้แต่คนเดียว จึงรู้สึกกลัวไปพักหนึ่ง จนเสียงกลายเป็นสูงและแหลมขึ้น “ใต้เท้าท่านนี้ โปรดช่วยชีวิตคนด้วย ผู้ช่วยขันทีเป็นผู้ดูแลงานที่ภูเขาวั่นโซ่วของเรา อีกไม่นานคนในวังก็จะทยอยมาถึงกันแล้ว ไม่มีคนคุมงานจะทำอย่างไรขอรับ?”
หลี่เชียนแปลกใจเล็กน้อย แล้วมองผิวน้ำครั้งหนึ่ง หลายคนที่กระโดดลงไปต่างก็หายไปแล้ว
เขารู้สึกกระวนกระวาย กำลังอยากถามพอดีว่าใครว่ายน้ำเก่ง ก็มีศีรษะของคนสองคนโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ
หนึ่งในนั้นตะโกนว่า “มองไม่เห็น ไม่รู้ว่าจมไปถึงไหนแล้ว”
หมิ่นสี่ตกใจจนตัวสั่น
ใครบางคนตะโกนจากริมฝั่ง “พวกเจ้ารีบขึ้นมา น้ำนี้เย็นเกินไปแล้ว ระวังมือเท้าเป็นตะคริว ช่วยคนกลับมาไม่ได้ จะพาตนเองไปเดือดร้อนแทน”
แล้วใครบางคนก็เอ่ยด้วยเสียงร้อนใจว่า “เร็วเข้า รีบไปต้มน้ำขิง เอาพรมสักหลาดมา หาที่ก่อกองไฟให้พวกคนที่ลงไปในน้ำอบอุ่นร่างกาย…อย่าให้เป็นหวัด…หากเป็นหวัดหน้านี้ อาจจะตายได้”
ระหว่างที่เอ่ยนั้นก็มีคนโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำอีก แต่กลับเหมือนกระบวยตักน้ำ เดี๋ยวก็ลอยขึ้นมา เดี๋ยวก็จมลงไป ตอนที่ลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำได้ก็ตะโกนเสียงแหบไปด้วย “ใครก็ได้มาช่วยหน่อย…เจ้านี่กอดข้าไว้ไม่ปล่อย…ข้าจะจมลงไปด้วยแล้ว…”
หาตัวเจอแล้ว
มีคนสองสามคนกระโดดดลงไปในทะเลสาบทันที
หลี่เชียนโล่งอก