้สึกเจ็บเล็กน้อย ฉิงเค่อเห็นสถานการณ์ จึงแอบยื่นขนมถั่วกวนเข้ามาจานหนึ่งเล็กๆ สายตาของนางกวาดผ่านไปบนขนมถั่วกวน ลังเลอยู่นานมาก กลัวว่าจะเสียความจริงจังไป จึงตัดสินใจไล่หลี่เชียนออกไปแล้วค่อยกินรองท้องดีกว่า
ใครจะรู้ว่าหลี่เชียนกลอกตาเล็กน้อย แล้วกลับเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “ไทเฮา นี่คือขนมถั่วกวนที่เล่าลือกันว่าเป็นหนึ่งในของว่างที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองหลวงใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ? ให้กระหม่อมลองชิมได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ? ห้าปีก่อนกระหม่อมเคยติดตามบิดาเข้าเมืองหลวง เพราะรีบไปรีบมา เคยได้ยินแต่คนแนะนำ ทว่าไม่เคยกินพ่ะย่ะค่ะ”
รอยยิ้มของหลี่เชียนในตอนนั้นก็สดใสแบบนี้เหมือนกัน เพียงแต่สุขุมและอบอุ่นมากกว่า และตื่นเต้นแบบวัยรุ่นน้อยกว่าตอนนี้เล็กน้อย บวกกับเขารูปร่างแข็งแรงและผอมเพรียว หน้าตาหล่อเหลาสะดุดตา เตะตาที่สุดในบรรดาผู้ชายอายุสามสิบที่ไม่อ้วนลงพุงก็สูงใหญ่กำยำ จึงทำให้นางรู้สึกชอบ
ตอนนั้นนางก็สั่งให้ฉิงเค่อไปเอาของว่างในวังใส่กล่องให้เขาเอาไปหลายกล่อง
ทว่าหลี่เชียนกลับยิ้มเจ่าเล่ห์ และก้าวมาข้างหน้าหลายก้าว พลางกดเสียงให้เบาลงและเอ่ยว่า “ไทเฮา ความจริงแล้วก่อนกระหม่อมเข้าเมืองหลวงตื่นเต้นมาก จึงยังไม่ได้กินอาหารเช้า เวลานี้หิวมาก ไทเฮาพระราชทานของว่างให้กระหม่อมหลายกล่อง สู้ให้กระหม่อมกินของว่างรองท้องหลายชิ้นดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”
แน่นอนว่านางไม่มีทางเชื่อคำพูดของหลี่เชียน
คนที่เข้าวังมาเข้าเฝ