เจี้ยนไม่สงบไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ? ผู้ว่าราชการมณฑลฝูเจี้ยนจึงไปขอร้องกับทางจิ้งไห่โหว…”
เขากำลังพูดอยู่ จู่ๆ จ้าวอี้ก็ลุกขึ้นเดินมาตรงหน้าเจียงเซี่ยน และกระซิบข้างหูนางว่า “เป่าหนิง เขาคงอยากประจบประแจงต่อหน้าเจ้ากระมัง? เจ้าวางใจเถอะ ถึงเวลานั้นข้าจะฆ่าเขาแก้แค้นให้เจ้าอย่างแน่นอน”
เจียงเซี่ยนตกใจมาก
ไม่เพียงแต่เพราะจู่ๆ จ้าวอี้ก็เข้ามาหาตรงหน้า ทว่ายังเพราะความเกลียดชังและจิตสังหารที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงที่จ้าวอี้พูดอย่างเบาบางด้วย
จ้าวอี้ในตอนนี้ก็เห็นนางเป็นสมบัติของเขาแล้วหรือ?
เจียงเซี่ยนรู้สึกรังเกียจ
ชาติก่อนจ้าวอี้เพียงแค่เกลียดเฉาเซวียน ไม่ได้คิดแค้นเขาแบบนี้
ส่วนเฉาเซวียนนั้น เพราะคำพูดของตนเอง จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมากกว่าชาติก่อนแล้ว
นางสูดหายใจเข้าและผ่อนลมหายใจที่ติดอยู่ระหว่างหน้าอกและปอดออกมา พลางครุ่นคิดว่าจะช่วยเฉาเซวียนพูดสักหน่อยหรือไม่ แต่จู่ๆ จ้าวอี้ก็กลับไปนั่งลงบนเตียงอุ่นหลังใหญ่ใกล้หน้าต่างเหมือนตอนที่จู่ๆ ก็เข้ามาใกล้อีก
เพราะเขาขยับตัวอย่างกะทันหัน ไทฮองไทเฮากับเฉาเซวียนก็คุยต่อไปไม่ได้แล้วเช่นกัน
ไทฮองไทเฮาถามจ้าวอี้อย่างใส่ใจ “มีอะไรหรือ?”
“ไม่มีอะไรพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวอี้ยิ้ม ดวงตาเรียวยาวที่หางตางอนขึ้นนิดหนึ่งทอประกาย “กระหม่อมกระซิบคุยกับเป่าหนิงพ่ะย่ะค่ะ”
ไทฮองไทเฮาได้ยินก็ยิ้มขึ้นมา และเอ่ยว่า “พวกเจ้านี่นะ หนึ่งคนสองคน ชอบพูดจาซุบซิบกันทั้งนั้