ผ่านเทศกาลฉงหยาง[1]ไปแล้ว เมืองหลวงฝนตกหนักมาก น้ำฝนชะล้างพื้นถนน เกินครึ่งเดือนแล้วก็ยังไม่หยุด เมืองหลวงที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงนั้นมองเห็นแต่กิ่งไม้แห้งและใบไม้ร่วงอยู่ทั่วทุกที่ อากาศเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม เย็นชื้น และหนาวสะท้านเข้าไปถึงกระดูก
วังฉือหนิงจุดเตาไฟใต้ตำหนักคลายหนาว
หวังไทฮองไทเฮา[2]ไม่อยากออกไปข้างนอก จึงตั้งโต๊ะที่ห้องอุ่นตะวันออก แล้วเรียกเจียงเซี่ยน ท่านหญิงเจียหนานหลานสาว กับไป๋ไทฮองไท่เฟย[3]มาเล่นไพ่ด้วยกัน
ทว่าถึงจะเป็นเช่นนี้ก็ยังขาดไปคนหนึ่งอยู่ดี
พวกนางจึงต้องให้เมิ่งฟางหลิงนางในของวังฉือหนิงมาเล่นด้วยเพื่อให้ครบคน
ไป๋ไทฮองไท่เฟยถอนหายใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ฮ่องเต้ทั้งสองรุ่นของพวกเราต่างเป็นคนลุ่มหลงในความรักอย่างหาได้ยาก ‘ขอเพียงคนที่รักเดียวใจเดียวและอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า’ พวกเขาก็สมปรารถนาแล้ว แต่กลับทิ้งคนที่ไร้ที่พึ่งพิงอย่างพวกเราเอาไว้ให้ทนทรมานอยู่ในวังนี้ จนคนไม่พอที่จะเล่นไพ่สักโต๊ะหนึ่งด้วยซ้ำ”
ไทฮองไทเฮาไม่เอ่ยสิ่งใด
ตอนที่ฮ่องเต้เซี่ยวจงยังมีชีวิตอยู่โปรดปรานเพียงอันจิ้งเฟย กระทั่งฮ่องเต้องค์ก่อนสืบราชบัลลังก์ก็กลับโปรดปรานเพียงฉินกุ้ยเฟย[4]
ปกติแล้ววังหลังนี้ก็ไม่มีใครอยู่นัก
มือของเจียงเซี่ยนที่ถือไพ่อยู่กลับสั่นเล็กน้อย
เกรงว่าเวลานี้ท่านยายก็คงไม่เคยคิดฝันว่านางจะกลายเป็นคนที่ทนทรมานอยู่ในวังนี้ด้วยกระมัง!
เพราะตอนนี้ฮ่องเต้จ้าวอี้ก็เป็นคนที่ล