“ถ้าตอนนี้นายไม่ลุกขึ้นมา ไม่ต้องรอให้ถึงวันนี้หรอก นายจะตายเดี๋ยวนี้เลย” หานจี้จวินมองดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อยของลูกพี่ที่ปรายตามองพวกเขาอยู่ จากนั้นก็กัดฟันลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขาที่รู้จักลูกพี่รู้ว่า ถ้าเกิดไม่ลุกขึ้นมาวิ่งต่อ จุดจบย่อมไม่ดีแน่นอน
ฉางซินหยวนเองก็อยากลุกขึ้นมาเช่นกัน แต่เขาไม่มีแรงแล้วจริงๆ ต่อให้พยายามยังไงก็ลุกขึ้นมาไม่ได้ ก็เหมือนกับเต่าที่ถูกพลิกคว่ำพยายามดิ้นรนอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่มีประโยชน์
พวกฉีหลงที่อยู่ด้านหน้าได้ยินเสียงจากทางด้านหลังก็ชะงักเท้าทันที พวกเขาหันหน้ากลับมามองแวบหนึ่ง ใบหน้าเผยร่องรอยความทนไม่ไหว หลายคนปรึกษากัน ก่อนจะเห็นฉีหลงวิ่งกลับมาที่ข้างกายฉางซินหยวน กำลังเตรียมดึงฉางซินหยวนขึ้นมา เวลานี้เองก็ได้ยินหลิงหลานที่เงียบมาตลอดเอ่ยว่า “ฉีหลง ดูเหมือนนายยังมีแรงเหลือนะ…”
เธอคว้าของสองชิ้นที่อยู่ข้างกายแล้วโยนเข้ามา
‘ตุ๊บๆ’ ของกระแทกลงที่ข้างเท้าของฉีหลง ดินทรายกระเด็นขึ้นมา ทำเอาฉีหลงสะดุ้งโหยง
“ช่วยขาสองข้างของตัวเอง แล้ววิ่งต่อซะ” หลิงหลานเอ่ยอย่างเย็นชา
เมื่อฉีหลงก้มตัวลงไปหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมา สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย น้ำหนักของเจ้านี่