แบบนี้ได้ยังไง?” ทันใดนั้นนายทหารคนหนึ่งก็เอ่ยด้วยความไม่สบอารมณ์ต่อความไม่เอาถ่านของคนที่ตัวเองคาดหวังไว้
“ลงมือใส่หน่วยรบจู่โจมเนี่ยนะ นี่มันไร้ยางอายเกินไปแล้ว” “มีหลายคนไม่พอใจต่อการกระทำของเฉียวถิงนิดหน่อย คิดว่านี่มันไม่สง่างามผ่าเผย
“เพื่อชัยชนะแล้ว ถึงกับไม่มีขีดจำกัดล่างเลย” ผู้คนทยอยเอ่ยประณาม
“ผมจำได้ว่ากฎของการต่อสู้ประจัญบาน นอกจากตัวเองแล้ว คนอื่นๆ เป็นคู่แข่ง เป็นศัตรูทั้งหมด ทำไมต้องมีขีดจำกัดล่างต่อศัตรูด้วยล่ะ?” มีคนไม่เห็นด้วย
“แต่จุดสำคัญของการต่อสู้ประจัญบานคือแย่งชิงอาณาเขต ไม่ใช่กำจัดคู่แข่งนะ” มีคนเอ่ยคัดค้านไม่ยอมรับ
“กำจัดคู่แข่งไม่ใช่เป็นการเตรียมตัวแย่งชิงอาณาเขตเหรอครับ? ไม่มีคู่ต่อสู้แล้ว ก็จะคว้าอาณาเขตพวกนั้นมาได้ตามใจชอบ เขาไม่ได้ละเมิดกฎการต่อสู้ประจัญบานนะ” ไม่นาน ห้องสังเกตการณ์ ก็แตกออกเป็นสองกลุ่ม ซึ่งก็คือคัดค้านและสนับสนุนวิธีการของเฉียวถิง ก่อนจะเริ่มโต้แย้งกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
สุดท้ายไฟสงครามก็ลามมาถึงตัวหลิงเซียว ทั้งสองฝ่ายไม่อาจแย้งกันเองได้แล้วก็หันหน้าไปสอบถามนายพลหลิงเซียว ถามว่านายพลคิดเห็นอย่างไร
หลิงเ