ยการเดี่ยว เอาแต่เข้าร่วมการประลองแบบกลุ่มอย่างเดียวละ? นายควรรู้นะ ไม่ว่าทักษะการต่อสู้มือเปล่า หรือว่าการประลองหุ่นรบ ไม่มีใครเป็นคู่แข่งของนายได้เลย ต่อให้เป็นเฉียวถิงก็ตาม” ความเชื่อมั่นของฉีหลงที่มีต่อหลิงหลานคือหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาไม่คิดว่ามีใครในหมู่นักเรียนโรงเรียนทหารสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของลูกพี่ตัวเองได้
หลิงหลานเหลือบมองฉีหลงอย่างเย็นชา ทำให้ความกล้าที่เพิ่งจะเรียกขึ้นมาของฉีหลงวิ่งหนีเตลิดไปทันที
อันที่จริงแล้วสายตาของหลิงหลานนั้นเป็นสายตาประหลาดใจ ไม่ได้มีความหมายอะไรอื่นเลย เพียงแต่ฉีหลงอยู่ใต้การกดขี่ ‘ใช้อำนาจพร่ำเพรื่อ’ ของหลิงหลานมาโดยตลอด ดังนั้นก็เลยหวาดกลัวไปเอง
หลิงหลานครุ่นคิดแล้วค่อยเอ่ยว่า “การประลองทักษะต่อสู้มือเปล่า มีนายอยู่ก็พอแล้ว! หุ่นรบ เฉียวถิงคว้าแชมป์ได้ไม่มีปัญหา และให้จ้าวจวิ้นขึ้นไปรับประสบการณ์วิธีการต่อสู้ของยอดฝีมือดู ก็เป็นประโยชน์ต่อเขา…” เพื่อรักษาภาพลักษณ์เจิดจรัสของเธอที่เป็นลูกพี่ เธอได้แต่จำเป็นต้องทำตัวจิตใจสูงส่งงดงาม ไม่เห็นแก่ตนเอง
“สิ่งสำคัญที่สุดคือ ฉันตั้งเป้าหมายไว้ที่การต่อสู้ประจัญบานตอนสุดท้าย ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเฉียวถิงคือคู่แข่ง…”